รับสร้างบ้าน : สร้างบ้านใหม่ เลือกแบบบ้านชั้นเดียวหรือแบบบ้านสองชั้น?

สร้างบ้านใหม่ เลือกแบบบ้านชั้นเดียว

หรือแบบบ้านสองชั้น?

 

สำหรับใครที่มีที่ดินอยู่แล้ว และก็อยู่ในขั้นตอนกำลังตัดสินจะสร้างบ้าน แต่ว่ายังไม่รู้เรื่องว่าจะเลือกแบบบ้านชั้นเดี่ยว หรือแบบบ้านสองชั้น?  ลองพิจารณาจากปัจจัยและความเหมาะสมในด้านต่างๆต่อไปนี้เพื่อช่วยตัดสินใจ

 

 

1. ความจำเป็น/ฟังก์ชั่น แล้วก็ขนาดพื้นที่ใช้สอย

ภาพ: บ้านชั้นเดียวบนที่ดินขนาดใหญ่ อยู่อาศัย 2 คน ออกแบบเพื่อใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เล่นระดับฝ้าเพดานสูงเพื่อบ้านที่ดูโปร่งตามความชอบของเจ้าของบ้าน
ขอบคุณสถานที่: บ้านคุณพรทิพย์ ล้อสีทอง และ คุณสุชาติ ถิรเถกิง


การกำหนดความจำเป็นใช้งานในบ้านหรือฟังก์ชั่นของบ้าน จะส่งผลต่อขนาดพื้นที่ใช้สอย ปริมาณชั้นแล้วก็รูปแบบของบ้าน อาทิเช่น ปลูกบ้านหอพักสามชั้นเพื่อตระเตรียมขยายครอบครัวซึ่งมีความต้องการพิเศษ อย่างเช่น ห้องสารพัดประโยชน์ ห้องทำงาน อื่นๆอีกมากมายก่อสร้างบ้านใหม่สองชั้นโดยจัดเตรียมพื้นที่สำหรับบิดามารดาอาศัย (คนแก่ในด้านล่างก่อสร้างบ้านชั้นเดี่ยวเพื่ออาศัยในวัยแก่ก่อสร้างบ้าน ชั้นเพื่อทำธุรกิจพร้อมกันด้วย อาทิเช่น ที่ทำการ ร้านขายกาแฟ ห้องอาหาร หรือปลดปล่อยเช่านิดหน่อย ฯลฯ โดยเหตุนี้ เจ้าของบ้านควรจะทำรายการความอยากใช้สอยพื้นที่ของบ้านในส่วนต่างๆตระเตรียมไว้ เพื่อขอคำแนะนำคนเขียนแบบให้ออกแบบตรงตามสิ่งที่จำเป็น หรือเลือกแบบบ้านที่ใกล้เคียงกับความจำเป็นสูงที่สุด

สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านน้อยราว 1-3 คน บางทีอาจเลือกแบบบ้านชั้นเดี่ยวได้ แม้มิได้มีความต้องการพื้นที่ใช้สอยเท่าไรนัก นอกจากนั้นแบบบ้านชั้นเดี่ยวยังเหมาะสมกับคนสูงอายุ หรือผู้ทุพพลภาพ โดยการทำเป็นหลักระดับเดียวไม่มีขั้นบันได เพื่อช่วยลดการเสี่ยงที่บางทีอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

ส่วนครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนหรือบ้านที่ทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย แบบบ้านสองชั้นหรือหลายชั้นจะตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า เพราะสามารถออกแบบและจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม เพียงพอต่อการใช้งาน เช่น มีสวนภายนอกสำหรับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง มีบ่อปลาคาร์พ มีพื้นที่จอดรถได้หลายคัน ออกแบบพื้นที่และห้องนอนและห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ หรือแบ่งพื้นที่ชั้นล่างเป็นส่วนที่คนนอกเข้าใช้งานได้เป็นร้านหรือสำนักงาน (Public Space) ส่วนชั้นบนทำเป็นพื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัว (Private Space) เป็นต้น

 

 

ยิ่งไปกว่านี้ ความพอใจเรื่องสเปซ (Space) ก็เป็นอีกต้นสายปลายเหตุสำหรับการเลือกแบบบ้านเช่นเดียวกัน สำหรับบ้านชั้นเดี่ยวสามารถวางแบบให้มีห้องโถงสูงอีกทั้งข้างหลัง (ฝ้าเพดานยกสูงเพื่อช่วยให้ห้องมองโปร่งสบายได้ โดยยังกลมกลืนกับที่พักรอบๆ ส่วนบ้านสองชั้นสามารถเพิ่มลูกเล่นให้พื้นที่พิเศษได้ ได้แก่ ทำห้องโถงหรือห้องรับแขกแบบดับเบิ้ลสเปซ (Double Space) หรือแม้กระทั้งการเล่นระดับพื้นสูงต่ำในบ้านเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ส่วนต่างๆก็ได้เช่นเดียวกัน

 

ภาพ: บ้านชั้นเดียวสามารถทำฝ้าเพดานสูงทำให้ห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด
ขอบคุณสถานที่: บ้านคุณอรรถสิทธิ์ กองมงคล

ภาพ: บ้านสองชั้นมีพื้นที่นอกบ้านทำสวนหรือลานจอดรถได้กว้างขวาง
ขอบคุณสถานที่: บ้านคุณอัฐ เครือฟัก

 

2. ขนาดที่ดิน และก็สถานที่

 

ภาพ: บ้านชั้นเดียวในเขตหมู่บ้าน ใช้พื้นที่นอกบ้านทำสระว่ายน้ำ และจัดสวนหย่อม ปลูกต้นไม้และผักสวนครัวเต็มพื้นที่
ขอบคุณสถานที่: บ้านคุณพรทิพย์ ล้อสีทอง และ คุณสุชาติ ถิรเถกิง

ภาพ: บ้านสองชั้นในย่านบ้านพักอาศัย เล่นสเปซและออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า
ขอบคุณสถานที่: บ้านคุณอิษฎา แก้วประเสริฐ

 

ขนาดที่ดินก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการตกลงใจเลือกแบบบ้านชั้นเดี่ยวหรือแบบบ้านสองชั้นเนื่องจากว่าการผลิตบ้านก็มีข้อบังคับควบคุมซึ่งจำต้องคิดถึงระยะร่นแนวตึก โดยเหตุนี้เมื่อมีที่ดินพร้อมปลูกเรือนแล้ว เจ้าของบ้านจะรู้ขนาดพื้นที่ซึ่งสามารถก่อสร้างบ้านได้เมื่อหักลบระยะร่นออกไป หลังจากนั้นก็เลยตรึกตรองความเหมาะสมสำหรับในการก่อสร้างบ้านให้เหมาะสมกับขนาดที่ดิน ดังเช่นว่าถ้าเกิดมีที่ดินขนาดใหญ่ จะสามารถก่อสร้างบ้านชั้นเดี่ยวหรือสองชั้นก็ได้ตามฟังก์ชั่นการใช้แรงงาน แม้กระนั้นถ้ามีที่ดินขนาดเล็กซึ่งเมื่อหักลบระยะร่นออกแล้ว การผลิตบ้านสองชั้นหรือมากยิ่งกว่าสองชั้นนั้นบางทีอาจสมควรกว่า เนื่องจากสามารถเพิ่มขนาดพื้นที่ใช้สอยในทางสูงได้ โดยไม่สมควรก่อสร้างบ้านที่มีความสูงเกินที่ข้อบังคับระบุตามแต่ละพื้นที่ด้วยเหมือนกัน

ด้านทำเล ควรจะมองบริบทโดยรวมว่าที่ดินอยู่ภายในเขตพื้นที่แบบใด เป็นต้นว่า ที่ดินอยู่ในเขตชุมชนเมืองที่มีตึกสูงรายล้อม อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร อยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือมีที่ดินอยู่ในเขตที่เสี่ยงน้ำหลากบริบทแล้วก็ภาวะ:โอบล้อมกลุ่มนี้ล้วนเป็นสาเหตุที่มีผลต่อการออกแบบบ้าน รูปแบบของบ้านที่จะสร้างก็เลยจำเป็นต้องตรึกตรองด้านสถานที่ร่วมด้วยตามสมควร ได้แก่ ก่อสร้างบ้านแบบตึกสามชั้นในเขตชุมชนเมืองเพราะพื้นที่ขนาดเล็ก ก่อสร้างบ้านผู้เดียวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรร หรือก่อสร้างบ้านใต้ถุนสูงในเขตพื้นที่ที่มีการเสี่ยงอุทกภัย ฯลฯ

 

3. งบประมาณการก่อสร้าง

ภาพ: บ้านสองชั้นเดียวสไตล์โคโลเนียล


งบประมาณเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่เป็นตัวหมายกำหนดการก่อสร้างบ้าน เนื่องจากแม้เปรียบระหว่างบ้านชั้นเดี่ยวรวมทั้งบ้านสองชั้นที่มีพื้นที่ใช้สอยเสมอกันแล้ว บ้านสองชั้นจะแพงก่อสร้างที่ต่ำกว่าเพราะเหตุว่าไม่ต้องลงเสาเข็มในพื้นที่รอบๆกว้าง และก็ขนาดผืนหลังคาขนาดเล็กกว่าบ้านชั้นเดี่ยว แม้กระนั้น ราคาการก่อสร้างก็ขึ้นกับการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการก่อสร้างและก็ค่าใช้สอยอื่นๆร่วมด้วย ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูล หรือหารือคนเขียนแบบก่อนที่จะตัดสินใจ

 

4. การดูแลและรักษา

ภาพ: การทำความสะอาดหรือการดูแลรักษาบ้านชั้นเดียวมีความสะดวกและปลอดภัยกว่า


นอกเหนือจากการอาศัยแล้ว การดูแลและรักษาก็เป็นเรื่องที่ควรตรึกตรอง สำหรับบ้านชั้นเดี่ยวจะเป็นบ้านที่รักษาได้ง่าย อาทิเช่น การเช็ดกระจก ชำระล้างฝาผนังแล้วก็รางน้ำฝน การบูรณะงานหลังคา อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าสำหรับบ้านสองชั้นหรือมากยิ่งกว่าสองชั้นนั้นจะดูแลตรากตรำกว่าเนื่องจากระดับความสูง บางทีอาจจำเป็นต้องใช้บันได หรือเครื่องใช้ไม้สอยเสริมอื่นๆสำหรับในการชำระล้าง หรือซ่อมบำรุงส่วนต่างๆ

 

5. การเพิ่มเติมแต่งในอนาคต

ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์น แบบผสมผสานทั้งแบบชั้นเดียวและสองชั้น

แม้คิดไว้ว่าในอนาคตอาจมีการเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมขยายพื้นรอบๆ ตัวอย่างเช่น ปลูกเรือนอีกข้างหลังเชื่อมกับบ้านเกิด เพิ่มเติมครัว เพิ่มเติมห้องนอนด้านล่าง อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งควรจะมีพื้นที่พอเพียงสำหรับเพื่อการก่อสร้าง การเลือกแบบบ้านสองชั้นที่อดออมการใช้ที่ดินมากยิ่งกว่าก็บางครั้งก็อาจจะเหมาะสมกว่าการเลือกแบบบ้านชั้นเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยเสมอกัน หรือแม้คิดแผนเพิ่มเติมเพิ่มชั้นในอนาคต ซึ่งในตอนแรกของการอาศัยจะเป็นบ้าชั้นเดี่ยว โดยจัดเตรียมทำแบบบ้านสองชั้นไว้ตั้งแต่กระบวนการวางแบบ ไม่ว่าจะเป็น แบบใบหน้าบ้าน งานองค์ประกอบ รวมทั้งงานระบบต่างๆฯลฯ

 

ภายหลังตรึกตรองต้นเหตุต่างๆที่กล่าวมาเพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการตกลงใจเลือกแบบบ้านแล้ว ไม่ว่าจะตกลงใจเลือกแบบบ้านชั้นเดี่ยวหรือแบบบ้านสองชั้นก็ตาม สิ่งจำเป็นของการผลิตบ้านขึ้นมาสักข้างหลังเป็น ควรจะตอบปัญหาการใช้แรงงานของสมาชิกในบ้าน อยู่แล้วสุขสบายสบาย ไม่เป็นอันตรายและไม่ตรงข้ามข้อบังคับควบคุมตึก

 

รับสร้างบ้าน : 6 เรื่องควรระวัง ใน การต่อเติมบ้าน

6 เรื่องควรระวังใน การต่อเติมบ้าน

 

 ต่อเติมบ้าน

 

คนไหนที่เริ่มจะมีไอเดียจะ “ต่อเติมบ้าน” ฟังทางนี้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นบ้าเก่า หรือบ้านใหม่ ก่อนที่จะพวกเราจะต่อเติมเพิ่มพื้นที่ให้กับบ้าน ควรจะศึกษาประเด็นต่างที่เกี่ยวโยง หลักสำคัญตามนี้

 

1. รู้จักส่วนประกอบบ้านของพวกเราเอง


ก่อนที่จะเข้าใจอื่น พวกเราจำเป็นต้องรู้จักเรื่องที่ใกล้ตัวเราที่สุดก่อนเลย ซึ่งก็คือ องค์ประกอบบ้านของพวกเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเก่ามากมายสามารถที่จะเพิ่มเติมจากส่วนประกอบเดิมได้หรือเปล่าหรือจะต้องแยกต่อเติม และก็ยังรวมทั้งบ้านใหม่เอง ก็น่าจะทราบดีว่าลักษณะบ้านอย่างนี้ เสาเข็ม ฝาผนัง สามารถที่จะต่ิเติมได้หรือเปล่า ซึ่งโครงงานหมู่บ้านจัดสรรใหม่ๆหลายโครงงานในขณะนี้ที่ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป ไม่สามารถที่จะต่อเติมจากองค์ประกอบเดิมได้ ถ้าหากต่อเติมจะทำให้ตัวบ้านหลักแตกร้าวได้

 

สรุปก็คือ ถ้าเกิดมีแผนสำหรับการจะต่อเติมบ้าน ควรจะตรวจสอบบ้านตนเองก่อน

 

2. รู้เรื่องธรรมชาติงานก่อสร้าง (แตกร้าว)


การก่อสร้างทุกแบบอย่างได้โอกาสที่จะมีการแตกร้าว ฉีกตัวออกจากกัน นี่เป็นธรรมชาติที่เจ้าของบ้านจะต้องศึกษา โดยยิ่งไปกว่านั้นการต่อเติมแต่งบ้านจากองค์ประกอบเดิม ก็มีการเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งการแตกร้าวกัน ฝาผนังเก่า ฝาผนังใหม่ ส่วนของฝาผนังใหม่อาจะทำให้ฝาผนังเก่าเสียหาย หรือภาวะเก่าของฝาผนังเดิมส่งผลกับภาพรวมการต่อเติมแต่ง เมื่อพวกเรารู้เรื่องธรรมชาติของการก่อสร้าง พวกเราจะวางแผนต่อเติมบ้านได้ให้ถี่ถ้วนเพิ่มมากขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต่อเติมบ้าน

 

3. ขอความเห็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ


นี่เป็นอีกหนึ่งข้อเสนอแนะสำหรับการต่อเติมบ้าน ก็คือ ควรจะขอคำแนะนำผู้ชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร คนเขียนแบบ ว่าลักษณะบ้านของพวกเรา ควรจะต่ิเติมไหม รวมทั้งจะต่อเติมในแบบใดได้บ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านหลายท่านถูกใจที่จะเป็น “สถาปนึก” เสียเอง ก็มีการเสี่ยงที่งานต่อเติมนั้นๆบางทีอาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเพื่อการอาศัยได้ บางครั้งอาจจะยอมชำระเงินเพิ่มเติมนิดหน่อยสำหรับในการว่าจ้างผู้ชำนาญมาเป็นที่ปรึกษาให้ดีมากกว่าหมดเงินเพิ่มเติมไปแล้วเสียหายในตอนหลัง เรียกว่า อย่าเสียน้อย เสียยากกันดีกว่า ซึ่งการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เว้นแต่ได้ทางสำหรับในการต่อเติมบ้านที่ปลอดภัยแล้ว ยังจัดการต่างๆได้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

 

4. ทราบข้อบังคับ รู้กฏหมาย


หลายท่านที่มีไอเดียต่อเติมบ้าน จำนวนมากก็จะเริ่มเลย โดยไม่รู้จักว่าอันที่จริงแล้วการต่อเติมทุกสิ่งทุกอย่างจากสิ่งก่อสร้างเดิม และยังรวมไปถึงการถอดถอนถอนตึก แล้วก่อสร้างใหม่ เพื่อถูกก็ควรจะขอจากหน่วยงานแคว้นก่อน หรือเรียนรู้ข้อบังคับ พระราชบัญญัติควบคุมตึก ทั้งยังระยะร่น ระยะห่าง ต่างๆเพื่อปฏิบัติการให้ถูก เนื่องจากข้อบังคับต่างๆที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ ก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งยังผู้อาศัยเองรวมทั้งคนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งถ้าต่อเติมไปแล้ว กำเนิดปัญหาในระหว่างจัดการ หรือกำเนิดปัญหาวันหลังจะแปลงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านที่ต่อเติมได้

 

5. วางแผนงบประมาณ การชำระเงิน รวมทั้งว่าจ้างรับเหมา


เมื่อได้บทสรุปที่จะต่อเติมบ้านเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านควรจะคิดแผนเรื่องงบประมาณ และก็การชำระเงิน ซึ่งบางทีอาจจะต้องหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่วางใจแล้วก็มีประวัติผลงานที่ดีก่อน (ไม่เบี้ยวงานแล้วหลังจากนั้นก็ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับผู้รับเหมาก่อสร้างถึงแผนที่พวกเราจะต่อเติม งบประมาณที่มี เพื่อหาจุดที่พอดีระหว่างกันระหว่างแบบที่อยากต่อเติมกับงบประมาณ ซึ่งการวางเป้าหมายเรื่องงบประมาณไว้ล่วงหน้า จะช่วยไม่ให้งบประมาณแย่ลงกว่าเดิมได้
อย่างไรก็แล้วแต่ การกำหนดงบประมาณ ก็ควรจะยืดหยุ่น เผื่อจะต้องจ่ายหน้างานเพิ่ม ด้วยเหตุนั้นเว้นแต่งบประมาณหลักแล้ว พวกเรายังควรจะระบุงบประมาณสำรองไว้ด้วย

สำหรับเพื่อการวางแผนชำระเงิน ภายหลังหารือกับผู้รับเหมาก่อสร้างแล้ว ก็ควรจะระบุงวดงานพร้อมและก็หมายกำหนดการแบ่งชำระเงินตามงวดงาน กับเขียนเป็นสัญญาว่าจ้าง เพื่อลดการเสี่ยงสูญเงินได้ รวมทั้งถูกเชิดเงิน

 

6. แจ้งเพื่อนบ้าน


เรื่องนี้ มองผิวเผินบางทีก็อาจจะเกิดเรื่องน้อย แต่ว่าเอาเข้าจริง ก็เกิดเรื่องบางส่วนที่บางครั้งอาจจะเปลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญได้ ในกรณีที่เป็นหมู่บ้านใหม่ยังไม่มีเพื่อนบ้านก็บางทีอาจจะไม่เท่าไหร่ แม้กระนั้นหากเป็นบ้าเก่าที่มีเพื่อนบ้านทั้งยังซ้ายรวมทั้งขวาแล้ว ถ้าเกิดพวกเราไม่เอาใจใส่ ไม่บอกไม่กล่าว บางทีอาจเปลี่ยนเป็นปัญหาได้ เนื่องจากว่าการต่อเติมถึงส่วนประกอบจะมิได้ไปเกี่ยวพันกับบ้านของเพื่อนบ้าน แต่งานก่อสร้างย่อมมีผลเสียกับพื้นที่รอบด้าน ฝุ่นละออง กลิ่น เสียง ควรต้องบอกเพื่อนบ้านล่วงหน้าให้จัดเตรียมต่อกร พร้อมด้วยแจ้งช่วงเวลาการต่อเติมแต่งอย่างคร่าวๆด้วย อาทิเช่น บอกอย่างคร่าวๆว่าจะทำอะไรบ้าง ใช้เวลาก่อสร้างต่อเติม อาทิตย์ หรือ 1-2 เดือน เพื่อลดการเสี่ยงที่จะขัดแย้งกันในระหว่างการก่อสร้างได้

 

 

รับสร้างบ้าน : โครงสร้างบ้านไร้ปัญหา “น้ำรั่ว”

โครงสร้างบ้านไร้ปัญหา “น้ำรั่ว”

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

ตอนนี้เหมือนว่าลมพายุจะเข้าโหมกระหน่ำเมืองไทยเป็นระยะ ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งจังหวัดสงขลา และพื้นที่ทั่วภาคใต้ เรียกว่าตกเกือบจะทุกวี่วัน แถมยังหนักเอาการ เล่นเอาน้ำท่วมบ้านกันไปเลยทีเดียวเหตุนี้เองก็เลยทำให้ผู้ที่กำลังก่อสร้างบ้าน ต่างเตรียมรับมือกับปัญหาน้ำรั่วซึมซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยเริ่มแก้จากสาเหตุที่โครงสร้างบ้าน รวมไปถึงส่วนประกอบหลักต่างๆ เช่น หลังคา พื้น ระบบท่อ หน้าต่าง รวมทั้งรางน้ำฝน อันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำรั่วซึมเข้าบ้านได้

 

1. เริ่มต้นตั้งแต่หลังคา

โครงสร้างบ้านแบบไหน ไร้ปัญหาน้ำรั่ว

วินาทีนี้หลายบ้าน ต่างเริ่มหวาดหวั่นกับน้ำรั่วซึมจากพายุฝนอันโหมกระหน่ำ อันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านนั้นพังทลายได้ โดยส่วนมากพบมากมีต้นเหตุมาจากหลังคามีรอยร้าว ด้วยเหตุดังกล่าวผู้ที่กำลังคิดปลูกบ้าน ควรที่จะใส่ใจส่วนของหลังคาเป็นอย่างมาก โดยเริ่มจากส่วนประกอบกันก่อน ซึ่งควรจะให้ความใส่ใจกับส่วนของครอบที่ใช้ปิดรอยต่อหลังคา ด้วยเหตุว่าเหล่าวิศวกรพบได้ทั่วไปสาเหตุหลักมาจากรอบๆดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ด้วยเหตุนั้นในตอนที่กำลังวางองค์ประกอบบ้าน ควรจะพิจารณาแนวทางการทำงานของช่างว่าวางครอบเป็นระเบียบเรียบร้อยดีหรือเปล่า มีส่วนที่เผยอออกมารึเปล่า ที่สำคัญจำต้องอยู่ในภาวะพร้อมใช้งาน อีกทั้งส่วนของปีกนก ค.ส.ล. (โครงสร้างเหล็ก)  อันปฏิบัติหน้าที่ครอบปิดแนวรอยต่อกระเบื้องชนพนัง จำเป็นที่จะต้องวางอย่างแม่นยำ ซึ่งโน่นเป็นเป็นลักษณะชูชิดกับฝาผนังดังนี้เพื่อลดปัญหาน้ำรั่วซึมมาจากหลังคา เมื่อพบลักษณะอากาศอันโหดร้าย

 

 

2. เรื่องพื้นๆมักสำคัญเสมอ

โครงสร้างบ้านแบบไหน ไร้ปัญหาน้ำรั่ว

อีกหนึ่งส่วนประกอบบ้านที่สมควรเอาใจใส่นั่นคือส่วนของพื้นบริเวณห้องน้ำ และชั้นดาดฟ้า ซึ่งในกรณีข้างหลังพบได้บ่อยกับลักษณะของทาวน์โฮมแล้วก็ตึกการค้าขาย อันเป็นปัญหาลำบากใจของคนอีกจำนวนไม่น้อยอยู่ในในเวลานี้ โดยมูลเหตุหลักนั้นถูกแบ่งได้ ต้นสายปลายเหตุดังต่อไปนี้

– ผิวคอนกรีตห้องน้ำเกิดรอยร้าว 
คราบเปื้อนน้ำสีเหลืองซึมให้มองเห็นอย่างเห็นได้ชัดรอบๆเพดานของบ้าน ปัจจัยหลักมาจากผิวคอนกรีตส่วนหน้องน้ำเกิดรอยร้าว ทำให้น้ำไหลซึมผ่านชั้นส่วนประกอบ ต่อจากนั้นเมื่อสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้เหล็กชั้นในส่วนประกอบบ้านขึ้นสนิม ท้ายที่สุดปูนมีการกัดเซาะในชั้นถัดมา แนวทางแก้ไขจำเป็นจะต้องแกะกระเบื้องห้องน้ำออก แล้วหลังจากนั้นปิดรอยร้าวต่างๆพร้อมปรับระดับพื้นให้ราเอียงมากยิ่งกว่าเดิม เพื่อน้ำไหลลงท่อได้สบายเพิ่มขึ้น ที่สามารถทำเป็นตั้งแต่ตอนก่อสร้างองค์ประกอบบ้าน


– 
ปล่อยทิ้งระบบกันซึมให้กับพื้นดาดฟ้า 
อีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณชั้นดาดฟ้า คงหนีไม่พ้นปัญหาการละเลยเรื่องการวางระบบกันซึมให้กับโครงสร้างบ้าน ซึ่งควรจะทำตั้งแต่ตอนก่อสร้างด้วยแนวทางง่ายๆ เพียงนำน้ำยาผสานคอนกรีตผสมกับปูนซีเมนต์ แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปทาบริเวณดาดฟ้า เพียงเท่านี้ก็สามารถจัดการกับปัญหาน้ำรั่วซึมจากดาดฟ้าได้แล้ว

 

3. ระบบท่อ ทุกส่วนของบ้าน

โครงสร้างบ้านแบบไหน ไร้ปัญหาน้ำรั่ว

โดยปกติหมู่บ้านจัดสรร มักเลือกใช้ท่อชนิด PVC มาเป็นส่วนประกอบหลักของระบบการวางท่อให้กับโครงสร้างบ้าน ซึ่งคุณสมบัติของท่อชนิดดังกล่าวมักรับแรงดันน้ำมากๆ ไม่ได้ เหตุนี้เองจึงควรปรับเปลี่ยนมาเป็นท่อ PP-R ที่สามารถเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้มีความแน่นหนามากขึ้น หมดปัญหาเรื่องรอยรั่วไปได้ ที่สำคัญค่อนข้างมีอายุการใช้งานนาน แต่ถึงกระนั้นแม้จะเลือกใช้ท่อที่มีความคงทนแล้ว ก็จำเป็นต้องตรวจสอบท่อน้ำอยู่ตลอด เพราะหากเกิดมีน้ำรั่วไหลขึ้นมา จะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ตามมาได้

 

4. หน้าต่าง อีกหนึ่งส่วนประกอบโครงสร้างบ้านที่ไม่ควรมองข้าม

โครงสร้างบ้านแบบไหน ไร้ปัญหาน้ำรั่ว

หากบ้านหลังไหนเลือกหน้าต่างอลูมินัมมาเป็นองค์ประกอบส่วนประกอบบ้าน ขอให้นึกถึงการตัดเฟรมให้เข้ามุมกรอบหน้าต่างพอดิบพอดี เพื่อไม่ให้มีช่องน้ำซึมเข้ามาได้ ประกอบกับจะต้องมีการสำรวจว่ายึดน็อตไม่แน่หรือหละหลวมเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่าโน่นเป็นต้นเหตุให้เฟรมอลูมินัมไม่แนบสนิทอีกเหตุหนึ่ง เรื่องของซิลิโคน จำเป็นจะต้องกลับมองวันหมดอายุ ด้วยเหตุว่าถ้าหากว่าย่อยสลาย จะสามารถทำให้เมื่อเวลาฝนตกหนัก น้ำสามารถรั่วซึมเข้ามาได้

 

5. รางน้ำ สิ่งที่ควรมีในโครงสร้างบ้าน

โครงสร้างบ้านแบบไหน ไร้ปัญหาน้ำรั่ว

ป็นเรื่องควรจะทราบสำหรับเพื่อการจัดตั้งรางน้ำฝนทุกคราวเมื่อคิดจะก่อสร้าง หรือวางแบบแปลนองค์ประกอบบ้าน แล้วก็หากว่าเลือกเป็นรางน้ำฝนคอนกรีต เมื่อผ่านการใช้แรงงานมาเป็นระยะเวลานานจะมีผลให้เกิดรอยร้าว ทำให้น้ำรั่วไหลเข้าบ้านได้ หรืออาจเป็นเพราะรางน้ำมิได้ประสิทธิภาพ นำมาซึ่งการทำให้น้ำล้นราง จนถึงก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมถัดมา ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำเป็นจะต้องให้ความเอาใจใส่กับรางน้ำมากมายเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเลือกขนาด ไปจนกระทั่งการทาสิ่งของกันซึมทับ พร้อมเจาะรูรอบๆรางข้างนอก เพื่อจัดการกับปัญหาน้ำล้นราง ประกอบกับต้องดูแลไม่ให้เศษก้านไม้ใบไม้ต่างๆไปตันรางน้ำฝนด้วย

 

สำหรับกำลังก่อสร้างบ้านในฤดูฝนอยู่ขณะนี้ ชี้แนะว่าไม่สมควรลืมประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมเป็นขั้นตอนแรก โดยควรจะเตรียมตัวตั้งแต่โครงสร้างบ้น เพื่อจะได้ไม่มานั่งน้ำตาตกคราวหลัง