รับสร้างบ้าน : หนี้ลดเป็นล้าน! ด้วยการรีไฟแนนซ์บ้าน


รีไฟแนนซ์บ้าน  ประหยัดดอกเบี้ย ผ่อนได้สบายใจ

การวางแผนซื้อบ้านสักหลัง น้อยคนที่จะใช้เงินสดทั้งก้อนมาจ่ายค่าบ้าน โดยส่วนมากแล้วจะใช้วิธีขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ จากนั้นค่อยผ่อนชำระตามระยะเวลาที่ทำข้อตกลงไว้ ซึ่งโดยปกติธนาคารจะเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำในระยะแรก แต่หลังจากหมดโปรโมชั่นแล้ว ดอกเบี้ยบ้านจะค่อย ๆ บานขึ้นอย่างน่าตกใจ

วิธีการรับมือกับปัญหานี้หลายคนอาจเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยก่อน แต่หากดอกเบี้ยยังสูงอยู่การ รีไฟแนนซ์บ้าน เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยลดภาระค่าบ้านต่องวดได้ สำหรับผู้อ่านที่อยากรีไฟแนนซ์ แต่ยังไม่ทราบว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร คุ้มที่จะทำหรือไม่ มีขั้นตอนและเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เนื้อหาชุดนี้ “9 building“​ ขอนำข้อมูลพื้นฐานในการรีไฟแนนซ์ พร้อมยกตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยอย่างง่ายมาฝากกัน จะได้มองเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

รีไฟแนนซ์ คือ การย้ายวงเงินผ่อนชำระไปสู่ธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่า โดยใช้สินทรัพย์ตัวเดิมเป็นหลักประกัน พูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับการกู้เงินใหม่อีกรอบจากธนาคารใหม่มาโปะหนี้ธนาคารเดิม โดยเป้าหมายในการรีไฟแนนซ์ คือ ได้ดอกเบี้ยอัตราใหม่ที่ถูกกว่าเดิม ทำให้สามารถลดเงินต้นได้เร็วขึ้น ผ่อนถูกลงหรือระยะเวลาลดลง

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ขอแสดงผลลัพธ์การคำนวณยอดหนี้ระหว่าง อัตราดอกเบี้ยปกติเดิม กับ อัตราดอกเบี้ยใหม่รีไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นการคำนวณคร่าว ๆ เบื้องต้นเท่านั้นนะคะการคำนวณจริงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร และต้องดูปัจจัยอื่น ๆ เช่น จำนวนปีและยอดรายเดือนที่ผ่อนชำระ

ตัวอย่างการคำนวณ : สมมุติว่า ผ่อนบ้านมาแล้วทั้งหมด 5 ปี ยอดหนี้เงินต้นคงเหลือ 2,500,000 บาท ถ้าผ่อนบ้านต่อในอัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ที่ 6 % ในเวลา 25 ปี คำนวณแบบทบต้นทบดอก ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 2.33 ล้านบาท ค่าผ่อนบ้านงวดละ 16,108 บาท/เดือน รวมเงินต้นและดอกเบี้ยรวม ๆ แล้ว 4.83 ล้านบาท ถือว่ามากจนเกือบซื้อบ้านได้สองหลังเลยทีเดียวนะคะ

แต่หากรีไฟแนนซ์อัตราดอกเบี้ยจะถูกลงจาก 6% เหลือประมาณ 3% (ใน 3 ปีแรก ) หรือเฉลี่ยประมาณ 5% ตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ ส่งผลให้ดอกเบี้ยถูกลง ช่วยประหยัดได้มากถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาทกรณียอดกู้สูง และหากให้ลดมากขึ้นไปอีก แนะนำให้ผู้กู้เลือกผ่อนชำระรายเดือนใกล้เคียงกับยอดเดิม พร้อมกับลดระยะเวลาผ่อนจากเดิม สามารถลดระยะเวลาผ่อนได้ถึง 5 ปี หนี้ลดลงเกือบ 1 ล้านบาท

ดอกลดลงแล้ว ยังกู้เพิ่มได้อีก

อีกหนึ่งข้อดีในการรีไฟแนนซ์ ที่นอกจากจะช่วยลดต้น ลดดอก ลดหนี้จากเดิมไปได้มากแล้ว ยังสามารถกู้เพิ่มจากยอดเดิมได้อีกด้วย โดยเฉพาะบ้านเก่าที่อาจมีส่วนใดให้ซ่อมแซม ต่อเติม หรือตกแต่งใหม่ให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง ใช้โอกาสรีไฟแนนซ์นี้เพิ่มวงเงินได้ทันที แต่ทั้งนี้อย่าลืมประเมินความสามารถด้านการเงินให้รอบคอบ มิเช่นนั้นหนี้ที่มีอยู่อาจพอกพูนยากเกินจะผ่อนหมดได้

รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

 

 

1.ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ขนาดพื้นที่ตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ติดได้เลยไม่ขอใครแต่ !!!! ปรึกษาวิศวกรโยธาตรวจเช็กเรื่องความมั่นคงรับน้ำหนักแข็งแรงให้ดีๆ ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพังขึ้นมาจะยุ่ง

2. เพิ่ม/ลด พื้นที่หลังคาบ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่ไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่น ถ้าต้นไม้ที่บ้านเราสูงติดหลังคาแต่ไม่อยากตัดต้นไม้ทิ้งเราสามารถตัดหลังคาออกไปได้เพื่อให้ต้นไม้ทะลุขึ้นไปได้แต่ต้องไม่เกิน 5 ตารางเมตรนะ

3. เพิ่ม/ลดพื้นที่บ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่พื้นที่ตรงนั้นต้องไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่นต่อเติมระเบียงออกไป จากห้องนอนแต่ไม่ระวังอย่าให้ใหญ่จนเกินไป

4.ต่อเติม รูปทรง ขอบเขต สัดส่วน ของส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างอาคาร แล้วไม่ได้ทำให้น้ำหนักตรงจุดนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่นติดป้ายที่หน้าบ้านยื่นออกไปเล็กๆ น้อยๆ 

5.เปลี่ยนผนัง ฝา ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ฯลฯ แต่ต้องใช้ใช้วัสดุของเดิม และสิ่งที่เปลี่ยน ไม่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่น จะเปลี่ยนประตูบ้านแล้วน้ำหนักเดิม 100 กิโลกรัม ของใหม่ที่จะมาเปลี่ยนต้องหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม 

6.เปลี่ยนโครงสร้างอาคาร เช่น เสา, คาน, ตง และพื้นที่ ไม่ได้ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ และใช้วัสดุชนิดเดิม ขนาดเท่าเดิม จำนวนเท่าเดิม เช่นคานปลวกกินผุพัง เปลี่ยนคานแบบเดิมใส่แทนได้เลย

 

ทั้ง 6 อย่างนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต แต่ฝากไว้อีกอย่างคือเราต้องปรึกษาวิศวกรโยธาให้แน่ใจก่อนนะ ไม่อย่างงั้นใจร้อนบ้านจะพังมากกว่าเดิม ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะทุกคน 

 

รับสร้างบ้าน : 3 เทคนิคผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

3 เทคนิคผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

 

เทคนิคที่ 1 : โปะเพิ่มทุกๆ เดือน

ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดทุกครั้ง หลายคนมักจะแนะนำเสมอว่า ถ้าอยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆ ต้องโปะไปอีกเท่าตัวเสมอถ้าทำได้ เช่น เราจะต้องผ่อน 12,000 บาท/เดือน ก็จ่ายธนาคารไปเป็น 24,000 บาทไปเลย เทคนิคนี้จะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านหมดภายใน 8-9 ปีเท่านั้น จากเดิม 30 ปี การโปะเพิ่ม 1 เท่าจะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านเสร็จเร็วได้มากกว่า 70%

 

ดังนั้น ข้อควรระวังในการซื้อบ้านหรือคอนโดอย่างนึง ก็คือ เราควรเลือกบ้านให้เหมาะกับสถานะการเงินของเรา ไม่ควรเลือกบ้านที่ราคาสูงเกินว่าที่จะผ่อนไหว แต่ถ้าใครพลาดตรงนี้ไปแล้ว การแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน คือ การหารายได้เพิ่ม !! คำนี้พูดง่ายแต่ทำยากสักหน่อยแต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราคนเดียวเท่านั้น

 

เทคนิคที่ 2 : พยายามรีบโปะในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำๆ

ถ้าระยะยาวเราไม่สามารถโปะเพิ่มขึ้น 1 เท่า ไปได้ตลอด แนะนำว่าช่วงปกติตอน 1-3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยมักจะต่ำ มากหรือน้อยตามโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร และหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะพุ่งไปตาม MRR ในช่วงปีแรกๆเราอาจเสียดอกเบี้ยแค่ 3-4% แต่หลังจากนั้นอาจจะกลายเป็น 5-8% ไปเลยก็ได้ เราจึงควรรีบโปะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำๆ เพราะเงินต้นจะลดลงไปได้เยอะ เราก็ประหยัดดอกเบี้ยไปได้มากขึ้น ทำให้เราผ่อนหมดได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเราไปโปะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสูงๆ เราอาจโปะไปแต่เงินต้นก็ไม่ได้ลดลงไปเท่าไหร่เลย

 

เทคนิคที่ 3 : รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือขอปรับอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านหรือคอนโดกับธนาคารเดิม (Retention)

อธิบายการรีไฟแนนซ์ง่ายๆ คือ การไปกู้เงินจากธนาคารอื่นที่จ่ายดอกเบี้ยถูกกว่ามาจ่ายคืนธนาคารเดิมที่เคยกู้ เพราะเมื่อเราผ่อนครบ 3 ปี เราหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารแล้ว ในปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะลอยตัวขึ้นตาม MRR แต่เราจะทำรีไฟแนนซ์ได้ตอนไหนอย่าลืมดูเงื่อนไขสัญญาที่ทำกับธนาคารก่อน ส่วนใหญ่จะทำได้ตอนหลัง 3 ปี หากเรารีไฟแนนซ์ก่อนระยะเวลาที่กำหนดในสัญญากู้ก็จะเสียค่าปรับ แบบนี้ถือว่าไม่คุ้มเลยล่ะ

ทีนี้ตอนเราหาธนาคารใหม่ก็ทำเหมือนเดิม เหมือนตอนที่กู้ซื้อบ้านครั้งแรก คือ หาโปรโมชั่นจากแต่ละธนาคารมาเปรียบเทียบดูว่าธนาคารไหนดอกเบี้ยถูกที่สุด และถูกกว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายอยู่ปัจจุบัน เราก็ย้ายไปกู้กับธนาคารนั้น แต่อย่าลืมดูเงื่อนไขค่าธรรมเนียมและค่าจดจำนองด้วยว่าย้ายไปแล้วจ่ายน้อยลงจริงหรือไม่

 

แต่อีกสิ่งนึงที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ผ่อนบ้านหรือคอนโด คือพยายามสร้างประวัติการผ่อนให้ดี เพราะหากเรามีประวัติการผ่อนดีอย่างน้อย 3 ปี เราสามารถเข้าไปคุยเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้จ่ายถูกลงได้เลย โดยเราไม่ต้องไปรีไฟแนนซ์ เสียค่าธรรมเนียมค่าจดจำนองอีกครั้งกับธนาคารอื่น เราสามารถที่จะคุยขอลดดอกเบี้ยได้ ถ้าคุยดีๆไม่แน่อาจจะได้ดอกเบี้ยถูกกว่าย้ายไปรีไฟแนนซ์ธนาคารอื่นอีกด้วยนะ ยิ่งเครดิตเราดีเท่าไหร่ เราก็สามารถที่จะต่อรองได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

รับสร้างบ้าน : ข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม

รับสร้างบ้าน : ข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทาวน์เฮ้าส์

 

ข้อดีของทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม

ข้อดีข้อแรกก็เห็นจะเป็นเรื่องราคาของทาน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮมค่ะ เพราะส่วนใหญ่อาคารที่พักอาศัยประเภทนี้มักจะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก หรือไม่เทียบเท่ากับราคาของบ้านเดี่ยว นอกจากนี้ยังสามารถที่จะดัดแปลงที่พักอาศัยให้เป็นลักษณะของกึ่งบ้านพักอาศัยกึ่งที่ทำงานได้ด้วย และหากมีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านแล้ว ก็จะได้เกื้อกูลพึ่งพาอาศัยกันได้เป็นอย่างดี

 

ข้อเสียของทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนนั้นคือเรื่องของพื้นที่ที่ใช้งานซึ่งมีน้อยกว่าบ้านเดี่ยวค่ะ ไม่เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังอาจมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านได้ง่าย เพราะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าการอยู่บ้านเดี่ยว นอกจากนี้แล้ว ปัญหาเรื่องที่จอดรถก็เป็นอีักปัญหาหนึ่งซึ่งเห็นกันได้เรื่อย ๆ น่ะนะคะ เนื่องจากทาวน์เฮ้าส์นั้น มักมีพื้นที่จอดรถจำกัด หรืออาจไม่มีเลย ทำให้เจ้าของบ้านซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีรถยนต์ใช้ต้องมาอาศัยถนนหน้าบ้านซึ่งเป็นที่สาธารณะจอด และอาจเป็นปัญหาในด้านความปลอดภัย และก่อให้เกิดความไ่ม่พอใจระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันได้ในอนาคตค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก baansanruk.blogspot

รับสร้างบ้าน : วิธีซ่อมสีผนังหลุดร่อน ให้กลับมาแจ่มอีกครั้ง

รับสร้างบ้าน : วิธีซ่อมสีผนังหลุดร่อน ให้กลับมาแจ่มอีกครั้ง

 

     สีสันของผนังถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้บ้านของเรานั้นดูสดใสและสวยงามยิ่งขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผนังบ้านที่สวยงามของเราอาจจะหลุดร่อนออกมาได้ และหากปล่อยทิ้งไว้นานคงจะไม่ดีแน่ๆ วันนี้ 9building จึงนำวิธีแก้มาฝาก

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.เกรียง
2.กระดาษทราย
3.กระดาษหนังสือพิมพ์
4.ฟองน้ำ
5.ถังน้ำ
6.แปรงทาสี
7.ลูกกลิ้งทาสี
8.ถาดกลิ้งทาสี
9.สีทาผนัง

 

วิธีซ่อมสีผนังหลุดร่อน
1.หากระดาษหนังสือพิมพ์นำไปวางรองพื้นบริเวณผนัง เพื่อป้องกันการเลอะเทอะ
2.ใช้เกรียงขูดสีออกจากผนัง
3.นำกระดาษทรายมาขัดเพื่อทำให้ผนังเรียบ
4.พอขัดเสร็จเรียบร้อย นำฟองน้ำชุบน้ำสะอาดบิดพอหมาด แล้วเช็ดคราบต่างๆ บนผนัง
5.ทิ้งไว้ รอผนังแห้ง แล้วทาสีผนังห้องใหม่ ขั้นตอนในการทาสีควรทา 2 รอบขึ้นไป และที่สำคัญเทคนิคในการทาสีด้วยลูกกลิ้งนั้น ต้องทาจากบนลงล่าง และทาจากริมเข้ามา
6.รอจนผนังแห้ง ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

Cr.Decor.mthai 

รับสร้างบ้าน : หลังคาโมเดิร์น ที่เหมาะกับอากาศบ้านเรา

รับสร้างบ้าน : หลังคาโมเดิร์น ที่เหมาะกับอากาศบ้านเรา

 

การออกแบบบ้านยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่การสื่อสารสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั่วทั้งโลก ช่วยให้เจ้าของบ้านมีโอกาสชมตัวอย่างบ้านสวย ๆ จากต่างประเทศ และจุดนี้เองส่งผลให้เกิดความหลากหลายด้านดีไซน์ โดยเฉพาะแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือความแตกต่างด้านวิถีชีวิต ลักษณะภูมิศาสตร์และภูมิอากาศที่มีความแตกต่างกัน การนำแบบบ้านจากต่างประเทศมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับใช้ให้เหมาะกับพื้นที่ก่อสร้างจริง เหมาะกับวิถีชีวิตของคนไทย

 

5 จุดสำคัญ ออกแบบหลังคาโมเดิร์นสำหรับบ้านในไทย

 

1. หลังคาสูงโปร่ง ชายคายื่นยาว

ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ไหน การเลือกรูปทรงหลังคาสูงโปร่งเป็นสิ่งที่คู่กับบ้านในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทยเสมอ เนื่องด้วยลักษณะหลังคาสูง จะมีพื้นที่ใต้โถงหลังคามาก ซึ่งจะช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกัน หากหลังคาแบนหรือต่ำ จะมีพื้นที่ใต้โถงหลังคาน้อย ส่งผลให้ความร้อนที่สะสมใต้โถงหลังคา กระจายตัวเข้าสู่ภายในบ้านได้อย่างรวดเร็ว และด้วยความสูงโปร่งของหลังคา ทำให้องศาของหลังคามีความชันในระดับที่พอเหมาะ ช่วยระบายน้ำขณะฝนตกได้อย่างรวดเร็ว

 

หลังคาจั่ว แผ่นเรียบ

ภาพโดย : โครงการ Nordan

 

นอกจากหลังคาสูงโปร่งแล้ว การมีชายคายื่นยาวจะช่วยป้องกันแสงแดดสาดส่องเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกทาง และป้องกันฝนสาดเข้ามาทางหน้าต่าง  สำหรับบ้านในประเทศไทยความกว้างของชายคาควรมีความกว้างอย่างน้อย 1 เมตร จะช่วยป้องกันแดดและลมฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2. หลังคาโทนสีเรียบ

โทนสีหลังคาของบ้านสไตล์โมเดิร์น ควรเป็นสีเอิร์ธโทนหรือโทนสีเข้ม เพราะให้ความรู้สึกสงบนิ่ง น่าค้นหามากกว่าโทนสีสดฉูดฉาด อาทิ สีเทา ดำ น้ำตาล โทนสีดังกล่าวจะแสดงออกถึงความเรียบง่าย ทันสมัย และมีความเท่อยู่ในตัว

 

ภาพโดย : Pranala Associates

3. เส้นสายเรียบ

วัสดุหลังคาที่เลือกใช้ ควรเป็นแผ่นหลังคาที่มีรอยต่อน้อย มีเส้นสายที่เรียบตรง เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะให้ความรู้สึกสวยคมดูทันสมัย

 

หลังคาเรียบ

ภาพโดย : wahana architects

 

4. วัสดุหลังคามีคุณภาพ ทนแดด ทนฝน

ประโยชน์หลักของหลังคาคือช่วยกันแดด กันฝนให้กับบ้าน ดังนั้นการเลือกวัสดุหลังคา ต้องเลือกวัสดุที่ดี ที่มีคุณภาพ เพื่อความแข็งแรงทนทาน และจะดีมากยิ่งขึ้น ควรเป็นวัสดุที่ไม่นำพาความร้อน อาทิ วัสดุประเภทดินเผาคอนกรีต หรือวัสดุจากธรรมชาติ

สำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคานับเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยสะท้อนความสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี  หลังคาที่เรียบ เท่ เน้นเส้นขอบ คมกริบในทุกองศา สะท้อนเอกลักษณ์ของผืนหลังคาที่ไม่เหมือนใครได้ แต่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความแข็งแรง ทนฝน ทนแดด กันความร้อนให้กับบ้านด้วยเช่นกัน

 

หลังคาคอนกรีต เอสซีจี

 

 

ปัจจุบันหลังคามีนวัตกรรมที่ช่วยในการสะท้อนรังสีความร้อน อย่างเช่น หลังคาเอสซีจี รุ่น NeuStile X-Shield HeatBLOCK วัสดุหลังคาแผ่นเรียบที่มีเทคโนโลยี HeatBlock ซึ่งเป็นนวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษบนชั้นเคลือบสี ช่วยสะท้อนรังสีความร้อน รวมกับเทคโนโลยีการเคลือบสี X-Shield ที่ช่วยทำให้สีหลังคาสวยทน ยาวนาน

 

5. ออกแบบหลังคาผืนเดียวกัน ตลอดทั้งหลัง

หลังคาที่เหมาะกับบ้านโมเดิร์นควรเป็นหลังคาผืนเดียวกันตลอดทั้งหลัง เพื่อลดรอยต่อและปัญหาต่าง ๆ ออกไป อีกทั้งยังช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูมีเส้นสายที่เรียบง่าย ดูลงตัวกับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างสมบูรณ์

 

แบบบ้านตัว L หลังคาแผ่นเรียบ

ภาพโดย : แบบบ้าน Punplan

 

เพราะความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ความสวยงามต้องมาคู่กับการอยู่อาศัยอย่างสุขสบายด้วย ก่อนจะออกแบบหรือสร้างบ้าน เจ้าของบ้านจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน ทั้งการออกแบบบ้านให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ เหมาะกับวิถีชีวิต รวมถึงการเลือกวัสดุหลังคาที่มีคุณภาพดี วัสดุที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย จะช่วยเติมเต็มความสุขในการอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์