รับสร้างบ้าน : 3 เทคนิคผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

3 เทคนิคผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็ว

 

เทคนิคที่ 1 : โปะเพิ่มทุกๆ เดือน

ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดทุกครั้ง หลายคนมักจะแนะนำเสมอว่า ถ้าอยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆ ต้องโปะไปอีกเท่าตัวเสมอถ้าทำได้ เช่น เราจะต้องผ่อน 12,000 บาท/เดือน ก็จ่ายธนาคารไปเป็น 24,000 บาทไปเลย เทคนิคนี้จะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านหมดภายใน 8-9 ปีเท่านั้น จากเดิม 30 ปี การโปะเพิ่ม 1 เท่าจะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านเสร็จเร็วได้มากกว่า 70%

 

ดังนั้น ข้อควรระวังในการซื้อบ้านหรือคอนโดอย่างนึง ก็คือ เราควรเลือกบ้านให้เหมาะกับสถานะการเงินของเรา ไม่ควรเลือกบ้านที่ราคาสูงเกินว่าที่จะผ่อนไหว แต่ถ้าใครพลาดตรงนี้ไปแล้ว การแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน คือ การหารายได้เพิ่ม !! คำนี้พูดง่ายแต่ทำยากสักหน่อยแต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราคนเดียวเท่านั้น

 

เทคนิคที่ 2 : พยายามรีบโปะในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำๆ

ถ้าระยะยาวเราไม่สามารถโปะเพิ่มขึ้น 1 เท่า ไปได้ตลอด แนะนำว่าช่วงปกติตอน 1-3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยมักจะต่ำ มากหรือน้อยตามโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร และหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะพุ่งไปตาม MRR ในช่วงปีแรกๆเราอาจเสียดอกเบี้ยแค่ 3-4% แต่หลังจากนั้นอาจจะกลายเป็น 5-8% ไปเลยก็ได้ เราจึงควรรีบโปะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำๆ เพราะเงินต้นจะลดลงไปได้เยอะ เราก็ประหยัดดอกเบี้ยไปได้มากขึ้น ทำให้เราผ่อนหมดได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเราไปโปะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสูงๆ เราอาจโปะไปแต่เงินต้นก็ไม่ได้ลดลงไปเท่าไหร่เลย

 

เทคนิคที่ 3 : รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือขอปรับอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านหรือคอนโดกับธนาคารเดิม (Retention)

อธิบายการรีไฟแนนซ์ง่ายๆ คือ การไปกู้เงินจากธนาคารอื่นที่จ่ายดอกเบี้ยถูกกว่ามาจ่ายคืนธนาคารเดิมที่เคยกู้ เพราะเมื่อเราผ่อนครบ 3 ปี เราหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารแล้ว ในปีที่ 4 ดอกเบี้ยจะลอยตัวขึ้นตาม MRR แต่เราจะทำรีไฟแนนซ์ได้ตอนไหนอย่าลืมดูเงื่อนไขสัญญาที่ทำกับธนาคารก่อน ส่วนใหญ่จะทำได้ตอนหลัง 3 ปี หากเรารีไฟแนนซ์ก่อนระยะเวลาที่กำหนดในสัญญากู้ก็จะเสียค่าปรับ แบบนี้ถือว่าไม่คุ้มเลยล่ะ

ทีนี้ตอนเราหาธนาคารใหม่ก็ทำเหมือนเดิม เหมือนตอนที่กู้ซื้อบ้านครั้งแรก คือ หาโปรโมชั่นจากแต่ละธนาคารมาเปรียบเทียบดูว่าธนาคารไหนดอกเบี้ยถูกที่สุด และถูกกว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายอยู่ปัจจุบัน เราก็ย้ายไปกู้กับธนาคารนั้น แต่อย่าลืมดูเงื่อนไขค่าธรรมเนียมและค่าจดจำนองด้วยว่าย้ายไปแล้วจ่ายน้อยลงจริงหรือไม่

 

แต่อีกสิ่งนึงที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ผ่อนบ้านหรือคอนโด คือพยายามสร้างประวัติการผ่อนให้ดี เพราะหากเรามีประวัติการผ่อนดีอย่างน้อย 3 ปี เราสามารถเข้าไปคุยเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้จ่ายถูกลงได้เลย โดยเราไม่ต้องไปรีไฟแนนซ์ เสียค่าธรรมเนียมค่าจดจำนองอีกครั้งกับธนาคารอื่น เราสามารถที่จะคุยขอลดดอกเบี้ยได้ ถ้าคุยดีๆไม่แน่อาจจะได้ดอกเบี้ยถูกกว่าย้ายไปรีไฟแนนซ์ธนาคารอื่นอีกด้วยนะ ยิ่งเครดิตเราดีเท่าไหร่ เราก็สามารถที่จะต่อรองได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

รับสร้างบ้าน : 3 วิธีประหยัดดอกเบี้ย เเถมช่วยผ่อนบ้าน!

รับสร้างบ้าน : 3 วิธีประหยัดดอกเบี้ย เเถมช่วยผ่อนบ้าน!

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกเบี้ย

 

ใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่น่าจะทราบว่าเงินที่ผ่อนชำระให้กับสถาบันการเงินไปในเเต่ละเดือนนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2ส่วน ส่วนเเรกเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคาร เเละส่วนที่ จึงจะเป็นการชำระคืนเงินต้นที่กู้มา ในช่วงเเรกของการผ่อนบ้านส่วนมากจะเป็นการจ่ายดอกมากกว่าหักเงินต้น เเละกว่าจะผ่อนบ้านหมดสักหลังหนึ่งบางคราวจำต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินที่มาขนาดซื้อบ้านได้อีกหลังเลย!

1.เพิ่มยอดผ่อนในเเต่ละงวด 
        เเทนที่จะผ่อนบ้านตามยอดผ่อนปกติ ก็เพิ่มเงินผ่อนเเต่ละงวดให้มากขึ้นอีกสักหน่อยก็จะช่วยให้หนี้หมดไวขึ้น มาดูตัวอย่างกัน
        …กู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าผ่อน 20 ปีก็ผ่อนเดือนละ 22,300 บาท เเละคิดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดประมาณ 2.5 ล้านบาท พอลองเพิ่มเงินผ่อนอีกเดือนละ 10% หรือ 2,230 บาท ระยะเวลาผ่อนจาก 20 เหลือ 17 ปี จ่ายดอกเบี้ยประมาณ 1.9 ล้านบาท ประหยัดได้ถึง 600,000 บาทเลย!
        …ทีนี้ลองเพิ่มเงินผ่อนเป็นเดือนละ 30% หรือ 6,690 บาท ระยะเวลาผ่อนก็จะเหลือ 12.5 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านบาท ประหยัดได้ถึง 1.1 ล้านบาท!
        ดังนั้นถ้าเราสามารถเพิ่มเงินผ่อนบ้านจากเดิมเพียงหลักพันก็ได้ เเค่นี้ก็ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้เป็นหลักเเสน หรืออาจช่วยให้หมดหนี้ได้เร็วขึ้น 

        2.โปะบ้านด้วยเงินก้อน 
        หากมีรายได้พิเศษหรือเงินก้อนใหญ่ แบบอาจถูกหวยขึ้นมา หรือโบนัสประจำปี ก็นำมาโปะบ้านให้ยอดหนี้ลดลง มาดูตัวอย่างกัน
        …จากตัวอย่างข้างบนคือกู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ผ่อน 20 ปี จะจ่ายดอกเบี้ย 2.5 ล้านบาท ทีนี้เกิดผ่อนบ้านไปสักปีเเล้วได้เงินก้อนมาโปะประมาณ 100,000 บาทเพียงครั้งเดียว คิดเป็นดอกเบี้ยประหยัดได้ตลอดระยะเวลาที่เหลือเกือบ 300,000 และระยะเวลาผ่อนบ้านลดลงเกือบ 1.5 ปี…

        3.รีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย
        เรื่องรีไฟแนนซ์ (การย้ายสถานบันการเงิน) หรือขอปรับลดดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินที่ผ่อนบ้านอยู่ โดยทั่วไปจะทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยลดลงจากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน เเต่ถ้ารีไฟแนนซ์โดยการย้ายสถาบันการเงิน อย่าลืมเปรียบเทียบดอกเบี้ยที่ประหยัดได้กับค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการรีไฟแนนซ์ด้วยนะ ได้แก่
        ✱ ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง (จ่ายกรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ใหม่
        ✱ ค่าอากรเเสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
        ✱ ค่าประเมินหลักประกัน (ขึ้นอยู่กับเเต่ละธนาคาร)
        ตัวอย่าง…วงเงินกู้ใหม่ 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000+1,500+2,700 = 34,200 บาท
        สมมติว่าเราผ่อนบ้านที่อัตราดอกเบี้ย 7.1% ต่อปี คิดเป็นดอกเบี้ยจ่ายในช่วง 3 ปี ประมาณ 60,000 บาท เเต่พอรีไฟแนนซ์โดยอัตราดอกเบี้ยใหม่อยู่ที่ 5.5% ต่อปี ดอกเบี้ยจ่ายในช่วง 3 ปี รวมกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์จะอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท สามารถประหยัดได้ถึงหลักแสน
        ทั้งนี้เราสามารถรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับเมื่อผ่อนบ้านไปแล้วอย่างน้อย 3 ปี นับตั้งเเต่วันที่เริ่มกู้ ซึ่งค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดอยู่ที่ 2-3% ของวงเงินกู้ครั้งเเรกหรือวงเงินกู้คงเหลือ ขึ้นอยู่กับเเต่ละธนาคาร 
        สิ่งสำคัญคือต้องดูเงื่อนไขของเเต่ละธนาคารให้ดีก่อนนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม จะได้ไม่เป็นฝ่ายเราที่ผิดซะเองนะ