รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

 

 

1.ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ขนาดพื้นที่ตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ติดได้เลยไม่ขอใครแต่ !!!! ปรึกษาวิศวกรโยธาตรวจเช็กเรื่องความมั่นคงรับน้ำหนักแข็งแรงให้ดีๆ ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพังขึ้นมาจะยุ่ง

2. เพิ่ม/ลด พื้นที่หลังคาบ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่ไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่น ถ้าต้นไม้ที่บ้านเราสูงติดหลังคาแต่ไม่อยากตัดต้นไม้ทิ้งเราสามารถตัดหลังคาออกไปได้เพื่อให้ต้นไม้ทะลุขึ้นไปได้แต่ต้องไม่เกิน 5 ตารางเมตรนะ

3. เพิ่ม/ลดพื้นที่บ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่พื้นที่ตรงนั้นต้องไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่นต่อเติมระเบียงออกไป จากห้องนอนแต่ไม่ระวังอย่าให้ใหญ่จนเกินไป

4.ต่อเติม รูปทรง ขอบเขต สัดส่วน ของส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างอาคาร แล้วไม่ได้ทำให้น้ำหนักตรงจุดนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่นติดป้ายที่หน้าบ้านยื่นออกไปเล็กๆ น้อยๆ 

5.เปลี่ยนผนัง ฝา ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ฯลฯ แต่ต้องใช้ใช้วัสดุของเดิม และสิ่งที่เปลี่ยน ไม่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่น จะเปลี่ยนประตูบ้านแล้วน้ำหนักเดิม 100 กิโลกรัม ของใหม่ที่จะมาเปลี่ยนต้องหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม 

6.เปลี่ยนโครงสร้างอาคาร เช่น เสา, คาน, ตง และพื้นที่ ไม่ได้ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ และใช้วัสดุชนิดเดิม ขนาดเท่าเดิม จำนวนเท่าเดิม เช่นคานปลวกกินผุพัง เปลี่ยนคานแบบเดิมใส่แทนได้เลย

 

ทั้ง 6 อย่างนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต แต่ฝากไว้อีกอย่างคือเราต้องปรึกษาวิศวกรโยธาให้แน่ใจก่อนนะ ไม่อย่างงั้นใจร้อนบ้านจะพังมากกว่าเดิม ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะทุกคน 

 

รับสร้างบ้าน : ทำความรู้จักอิฐ ก่อนสร้างบ้านสไตล์ลอฟท์

รับสร้างบ้าน : ทำความรู้จักอิฐ ก่อนสร้างบ้านสไตล์ลอฟท์

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บ้านอิฐ

 

  สำหรับงานอิฐที่นำมาใช้ในการตกแต่งบ้านหลายคนอาจจะคิดว่ามีเพียงแค่อิฐสีส้มแดงเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ววัสดุประเภทอิฐมีอยู่หลากหลายชนิด ในส่วนของคุณภาพก็จะแตกต่างกันไปตามส่วนประกอบของวัสดุที่ใช้ในการทำอิฐ รวมถึงเวลาและอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาอิฐด้วยเช่นกัน ซึ่งอิฐส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในการสร้างหรือตกแต่งบ้านนั้นสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
– อิฐมอญ มีลักษณะเป็นอิฐสีส้มแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบหรือวัสดุอื่นๆ จึงนิยมเรียกอีกอย่างว่าอิฐดินเผา ในส่วนของขนาดและสัดส่วนขึ้นอยู่กับขั้นตอนการผลิตของแหล่งผลิตนั้นๆ โดยอาจมีทั้งรูปแบบที่เป็นอิฐก้อนตันและอิฐที่มีรูตรงกลาง
 อิฐขาวคืออิฐที่ทำจากปูนขาวผสมทราย และมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิตมากขึ้น โดยการอัดด้วยเครื่องจักรที่มีความดัน พร้อมอบด้วยความร้อนสูง ทำอิฐมีความแน่นมากกว่าอิฐมอญและอิฐบล็อก จึงสามารถให้ความแข็งแรงและทนทานได้ดี ช่วยป้องกันความร้อน ทนไฟ ไม่ดูดซึมน้ำ และมีน้ำหนักเบา 
– อิฐบล็อก คืออิญที่ทำจากปูนซีเมนต์และทราย โดยนิยมนำมาใช้เพื่องานก่อสร้างเช่นเดียวกับอิฐมอญ เหมาะสำหรับงานที่เน้นการคุมค่าใช้จ่าย เพราะราคาถูกและสามารถสร้างได้เร็วกว่า ในส่วนของความแข็งแรงอาจไม่เท่าอิฐมอญ เพราะมีรูพรุนมากกว่า 
คอนกรีตบล็อก ทำจากปูนซีเมนต์ หิน และทราย นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในบริเวณพื้นและทางเข้าบ้าน
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน
– อิฐมวลเบาเป็นอิฐที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ โดยการผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับทราย ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศ ด้วยการใช้กระบวนการผลิตที่ทันสมัย จึงทำให้อิฐแต่ละก้อนมีขนาดมาตรฐานที่เท่ากัน แลมีน้ำหนักเบา ช่วยลดการรับน้ำหนักของโครงสร้างได้ดี อีกทั้งยังสามารทนไฟ พร้อมป้องกันความร้อนและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– อิฐประดับ เป็นอิฐที่มีลวดลาย โดยการออกแบบก้อนอิฐให้มีรูโปร่งลายฉลุ ซึ่งผลิตจากหินเกร็ด กรวด ทรายซิลิการ์ และซีเมนต์ สามารถใช้เป็นฉนวนกันความร้อนและเก็บเสียงได้ดี อีกทั้งยังช่วยมอบความสวยงามได้ดี รวมทั้งมีให้ลวดลายและขนาดให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ
สำหรับใครที่ชื่นชอบในการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ และยังไม่รู้จะเลือกอิฐชนิดไหนมาตกแต่งบ้าน หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการเลือกใช้วัสดุตกแต่งบ้านได้มากขึ้นนะคะ
CR.Forfur

รับสร้างบ้าน : รื้อบ้านเก่าออก แล้วสร้างใหม่ จะทำยังไงกับโครงสร้างใต้ดินเดิม

รับสร้างบ้าน : รื้อบ้านเก่าออก แล้วสร้างใหม่ จะทำยังไงกับโครงสร้างใต้ดินเดิม

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

การสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินที่มีโครงสร้างบ้านเดิมอยู่ จำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างใต้ดินหรือปล่อยทิ้งไว้ได้ และจะมีผลกระทบต่อการก่อสร้างบ้านหลังใหม่อย่างไร

 

หลายท่านที่มีบ้านเก่าหรือซื้อที่ดินพร้อมบ้านเก่ามา แล้วต้องการรื้อถอนเพื่อสร้างบ้านใหม่ อาจกังวลเรื่องผลกระทบต่อโครงสร้าง รูปแบบบ้าน และการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นหากไม่ได้ทำการรื้อถอนโครงสร้างใต้ดินเดิม ไม่ว่าจะเป็นฐานรากหรือเสาเข็ม ซึ่งการพิจารณารื้อถอนรวมถึงการแก้ปัญหาที่หน้างานนั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงสร้างใต้ดินเดิมและโครงสร้างบ้านหลังใหม่ หากแต่เราควรคำนึงเรื่องการอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่เป็นสำคัญ

       ขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านจะเริ่มจากการรื้อถอนชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สามารถถอดออกมาได้ง่ายก่อน เช่น ประตู หน้าต่าง วงกบ เหล็กดัด ดวงโคม รวมทั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ยังใช้ได้และมีมูลค่า ชิ้นส่วนต่างๆ ที่รื้อออกมาในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ซ้ำ หรือขายต่อได้ ขั้นตอนถัดมาจะเป็นการรื้อถอนหลังคา ผนัง และโครงสร้าง ตามลำดับ โดยหลังจากรื้อถอนส่วนของอาคารเหนือพื้นดินหมดแล้วและนำขยะก่อสร้างไปทิ้งเรียบร้อย ก็จะเป็นส่วนของโครงสร้างใต้ดินซึ่งประกอบด้วยฐานราก และอาจจะมีเสาเข็มในกรณีเป็นดินอ่อน เช่น ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสาเข็มนั้นมีทั้งแบบเข็มสั้น และเข็มยาว เสาเข็มสั้นมีความยาวตั้งแต่ 1-6 เมตร ส่วนเสาเข็มยาวจะมีความยาวลึกมากกว่า 6 เมตรเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง โดยเสาเข็มจะลงลึกประมาณ 17-23 เมตรสำหรับบ้านพักอาศัย และอาจจะลึกถึง 52 เมตรสำหรับอาคารขนาดใหญ่  

 

       ในการรื้อถอนส่วนโครงสร้างใต้ดินนั้นผู้รับเหมาจะทำการขุดเปิดหน้าดินและรื้อฐานรากออก ส่วนการรื้อถอนเสาเข็มที่อยู่ในดินลึกลงไปนั้นจะทำได้ยากจึงมักจะปล่อยไว้ นอกจากจะเป็นเสาเข็มสั้นที่พอที่จะสามารถขุดขึ้นมาได้เท่านั้น 

 

 

    ถึงแม้ว่าเสาเข็มจะไม่สามารถรื้อถอนได้ แต่การสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกแบบบ้านสำเร็จรูปมาก่อสร้าง หรือใช้บริการออกแบบโดยสถาปนิก จึงควรให้แบบบ้านเป็นไปตามที่เราต้องการมากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งเสาเข็มเดิม เพราะเมื่อถึงขั้นตอนการก่อสร้างบ้านใหม่ ซึ่งจะมีการสำรวจและปักหมุดตำแหน่งที่จะทำการลงเสาเข็มและทำฐานรากอยู่แล้ว หากตำแหน่งใดไม่สามารถลงเสาเข็มใหม่ได้เนื่องจากติดเสาเข็มเดิม หรือใกล้กับเสาเข็มเดิมเป็นระยะน้อยกว่า 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มใหม่ วิศวกรโครงสร้างจะทำหน้าที่ปรับแบบฐานรากและเสาเข็มชุดใหม่ให้หลบเสาเข็มเดิม โดยไม่กระทบต่อแบบบ้านในส่วนอื่นแต่อย่างใด (อาจใช้เวลาหรือมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มเติมบ้าง) ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย หรือเกิดเพียงบางตำแหน่งเท่านั้น

 

     อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากใหม่ตรงกับตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากเดิมพอดี ก็ไม่ควรที่จะใช้ฐานรากหรือเสาเข็มเดิมในการรับน้ำหนักบ้านใหม่ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฐานรากหรือเสาเข็มเก่าออกแบบก ารรับน้ำหนักไว้เท่าไร จึงควรรื้อถอนฐานรากเดิม และให้วิศวกรออกแบบฐานรากใหม่ให้หลบตำแหน่งเสาเข็มเดิม

 

       โดยสรุปแล้ว การออกแบบสร้างบ้านใหม่เองเจ้าของบ้านไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงตำแหน่งเสาเข็มเดิม เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาด้วยการออกแบบฐานรากใหม่ได้โดยไม่กระทบถึงความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอยใดๆ ของบ้าน ทั้งนี้การออกแบบฐานรากใหม่ควรที่จะปรึกษาวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

เครดิต
ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาพจาก SCG

รับสร้างบ้าน : เตรียมงบประมาณไว้ต่อเติมบ้าน

รับสร้างบ้าน : เตรียมงบประมาณไว้ต่อเติมบ้าน

 

 การเตรียมงบประมาณนับเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนต่อเติมบ้าน ซึ่งดูเผินๆ แล้วการต่อเติมบ้านก็ดูคล้ายกับการสร้างบ้านใหม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างเฉพาะส่วนเล็กๆ ที่ต้องการต่อเติมขึ้นมา ดังนั้น เราอาจลองกะงบประมาณในการต่อเติมบ้านโดยอ้างอิงเทียบกับการสร้างบ้านใหม่ ควบคู่กับการคำนึงถึงรายละเอียดแต่ละส่วนซึ่งแตกต่างกันไปเฉพาะกรณี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต่อเติมบ้าน
        

สำหรับงานต่อเติมบ้านเราอาจอ้างอิงงบประมาณการสร้างบ้านใหม่ดังกล่าวโดยอาศัยหลักการดังนี้

 

 

         งานโครงสร้าง  โครงสร้างสำหรับส่วนต่อเติม สามารถเลือกรูปแบบหลากหลายตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะต่างกันไป สำหรับบ้านทั่วไปที่ใช้ระบบฐานรากโดยลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็ง หากส่วนต่อเติมใช้ระบบโครงสร้างแบบเดียวกัน ก็อาจประมาณราคาแบบเดียวกับโครงสร้างบ้านใหม่ (30-35% ของค่าก่อสร้างทั้งหมด)  แต่ถ้าหากส่วนต่อเติมใช้โครงสร้างแบบอื่นๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายน้อยลงตามลำดับ ตั้งแต่การทำระบบฐานรากโดยใช้เสาเข็มสั้นหรือไม่มีเสาเข็ม การทำฐานเข็มแบบปูพรม ไปจนถึงระบบพื้นที่ไม่มีเสาเข็ม อย่างพื้นคอนกรีตวางบนดิน (Slab on Ground) เป็นต้น

 

     งานระบบไฟฟ้าประปาและระบายน้ำ หากอ้างอิงตามงบประมาณการสร้างบ้านใหม่ จะเป็น 10-15% ของค่าก่อสร้างบ้าน ยกตัวอย่างการต่อเติมครัว จะต้องเดินระบบประปา ท่อน้ำดี/น้ำเสีย ถังดักไขมัน รวมถึงระบบไฟฟ้าที่รองรับ ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ทั่วไป เช่น เครื่องดูดควัน พัดลมระบายอากาศ ฯลฯ กรณีต่อเติมโดยไม่มีการติดตั้งงานระบบก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เช่น เดิมเป็นโรงจอดรถ ซึ่งมีโคมไฟติดไว้อยู่แล้ว เมื่อต่อเติมเป็นห้องนอนก็ไม่จำเป็นต้องเดินงานระบบเพิ่มมากนัก เป็นต้น

 

       งานสถาปัตย์กับวัสดุปิดผิว อาจอ้างอิงตามงบประมาณการสร้างบ้านใหม่ คือ 50-60% ของค่าก่อสร้าง (งบประมาณส่วนนี้มักจะยืดหยุ่นมากที่สุด ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุที่เลือกใช้)

 

       งบประมาณอื่นๆ ในการต่อเติมบ้าน
       นอกจากค่าก่อสร้างและวัสดุแล้ว ในการต่อเติมบ้าน บางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมคล้ายกับการสร้างบ้านใหม่ ยกตัวอย่างการต่อเติมห้องนอน ห้องนั่งเล่น มักมีค่างานตกแต่งภายใน เช่น เฟอร์นิเจอร์  ผ้าม่าน โคมไฟ ซึ่งจะใช้งบประมาณมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับระดับคุณภาพของวัสดุที่เลือก นอกจากนี้ยังมีค่าบริการวิชาชีพแต่ละสาขา ทั้งวิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณโครงสร้าง  สถาปนิกหรือนักออกแบบผู้ออกแบบพื้นที่ใช้สอยของส่วนต่อเติมให้ลงตัวและมีรูปลักษณ์สวยงาม เป็นต้น

 

       จะเห็นได้ว่า เราสามารถใช้งบประมาณการก่อสร้างบ้านใหม่เป็นหลักอ้างอิงในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการต่อเติมบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายบางส่วนโดยเฉพาะ “ค่าก่อสร้าง” หากคำนวณเป็น “ราคาต่อตารางเมตรแล้ว” อาจเท่ากันกับการสร้างบ้านใหม่ แม้เนื้องานจะน้อยกว่าก็ตาม อย่างเช่น ส่วนต่อเติมใช้โครงสร้างฐานรากแบบเสาเข็มสั้น และไม่มีการติดตั้งงานระบบ แต่ราคาต่อตารางเมตรกลับใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายการสร้างบ้านที่ลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็ง พร้อมติดตั้งงานระบบไฟฟ้าประปา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะงานต่อเติมมักมีขนาดเล็ก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ค่าก่อสร้างงานขนาดเล็กจะมีราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าการก่อสร้างงานขนาดใหญ่อยู่แล้ว จุดนี้นับเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องคำนึงและรับทราบทุกครั้งในการวางแผนและกะงบประมาณในการต่อเติมบ้าน

 

บทความดีๆ  จาก SCG

รับสร้างบ้าน : มาทำความรู้จักอิฐ ก่อนจะแต่งบ้านสไตล์ Loft

รับสร้างบ้าน : มาทำความรู้จักอิฐ ก่อนจะแต่งบ้านสไตล์ Loft

 

แม้การสร้างบ้านสมัยก่อนจะนิยมใช้อิฐมอญเป็นโครงสร้างหลักของผนังบ้าน จากนั้นจึงฉาบปิดทับด้วยปูนให้ผนังเรียบเนียนเพื่อความสวยงาม แต่ในสมัยนี้กระแสนิยมการตกแต่งบ้านในสไตล์ลอฟท์ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น จึงทำให้การเผยผิววัสดุที่เน้นความดิบเท่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยมอบสัมผัสที่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ภายในบ้านมีชีวิตชีวาและน่าสนใจอย่างไม่ซ้ำใคร

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

 

สำหรับงานอิฐที่นำมาใช้ในการตกแต่งบ้านหลายคนอาจจะคิดว่ามีเพียงแค่อิฐสีส้มแดงเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ววัสดุประเภทอิฐมีอยู่หลากหลายชนิด ในส่วนของคุณภาพก็จะแตกต่างกันไปตามส่วนประกอบของวัสดุที่ใช้ในการทำอิฐ รวมถึงเวลาและอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาอิฐด้วยเช่นกัน ซึ่งอิฐส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในการสร้างหรือตกแต่งบ้านนั้นสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
– อิฐมอญ มีลักษณะเป็นอิฐสีส้มแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบหรือวัสดุอื่นๆ จึงนิยมเรียกอีกอย่างว่าอิฐดินเผา ในส่วนของขนาดและสัดส่วนขึ้นอยู่กับขั้นตอนการผลิตของแหล่งผลิตนั้นๆ โดยอาจมีทั้งรูปแบบที่เป็นอิฐก้อนตันและอิฐที่มีรูตรงกลาง
– อิฐขาว คืออิฐที่ทำจากปูนขาวผสมทราย และมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิตมากขึ้น โดยการอัดด้วยเครื่องจักรที่มีความดัน พร้อมอบด้วยความร้อนสูง ทำอิฐมีความแน่นมากกว่าอิฐมอญและอิฐบล็อก จึงสามารถให้ความแข็งแรงและทนทานได้ดี ช่วยป้องกันความร้อน ทนไฟ ไม่ดูดซึมน้ำ และมีน้ำหนักเบา 
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
– อิฐบล็อกคืออิญที่ทำจากปูนซีเมนต์และทราย โดยนิยมนำมาใช้เพื่องานก่อสร้างเช่นเดียวกับอิฐมอญ เหมาะสำหรับงานที่เน้นการคุมค่าใช้จ่าย เพราะราคาถูกและสามารถสร้างได้เร็วกว่า ในส่วนของความแข็งแรงอาจไม่เท่าอิฐมอญ เพราะมีรูพรุนมากกว่า 
– คอนกรีตบล็อก ทำจากปูนซีเมนต์ หิน และทราย นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในบริเวณพื้นและทางเข้าบ้าน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บ้านสไตล์ลอฟท์
– อิฐมวลเบา เป็นอิฐที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ โดยการผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับทราย ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศ ด้วยการใช้กระบวนการผลิตที่ทันสมัย จึงทำให้อิฐแต่ละก้อนมีขนาดมาตรฐานที่เท่ากัน แลมีน้ำหนักเบา ช่วยลดการรับน้ำหนักของโครงสร้างได้ดี อีกทั้งยังสามารทนไฟ พร้อมป้องกันความร้อนและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– อิฐประดับ เป็นอิฐที่มีลวดลาย โดยการออกแบบก้อนอิฐให้มีรูโปร่งลายฉลุ ซึ่งผลิตจากหินเกร็ด กรวด ทรายซิลิการ์ และซีเมนต์ สามารถใช้เป็นฉนวนกันความร้อนและเก็บเสียงได้ดี อีกทั้งยังช่วยมอบความสวยงามได้ดี รวมทั้งมีให้ลวดลายและขนาดให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ
สำหรับใครที่ชื่นชอบในการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ และยังไม่รู้จะเลือกอิฐชนิดไหนมาตกแต่งบ้าน หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการเลือกใช้วัสดุตกแต่งบ้านได้มากขึ้น
Cr.forfur

รับสร้างบ้าน : ข้อชวนคิดพิเคราะห์ก่อนที่จะต่อเติมบ้าน

รับสร้างบ้าน : ข้อชวนคิดพิเคราะห์ก่อนที่จะต่อเติมบ้าน

     การต่อเติมบ้าน นับว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการรีโนเวทหรือปรับปรุงบ้าน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้สะดวกสบายรวมทั้งลงตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมพื้นที่โล่งที่มีแค่เพียงพื้นกับหลังคา อย่างลานจอดรถ ลานซักล้างหรือจะต่อเติมเป็นห้องโดยการทำผนังโปร่งหรือทึบผนังตามสมควรในการใช้งาน ดังนี้ก่อนที่จะต่อเติมทุกคราวเราควรจะพิจารณาปัจจัยหลักที่เกี่ยวกับ โครงสร้าง” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับน้ำหนักรวมทั้งอัตราการทรุดตัวของส่วนต่อเติม

 

                                                                                      ภาพจาก SCG

ต่อเติมบ้านจำเป็นต้องแยกโครงสร้างเสมอ
      การต่อเติมทุกครั้ง ควรจะแยกโครงสร้างออกมาจากโครงสร้างบ้านเดิมโดยเด็ดขาด เนื่องจากว่าโครงสร้างของบ้านเดิมจะถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักของตัวบ้านนั้นโดยเฉพาะเท่านั้น ส่วนต่อเติมจำเป็นต้องออกแบบโครงสร้างให้รับน้ำหนักเฉพาะสำหรับส่วนต่อเติมด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าเชื่อมส่วนต่อเติมเข้ากับโครงสร้างบ้าน หรือเชื่อมติดกันเป็นบางส่วน จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างบ้านเดิม ยิ่งถ้าหากส่วนต่อเติมทรุดตัวต่างกับบ้าน จะดึงรั้งทำให้โครงสร้างบ้านเดิมเสียหายได้ง่าย (แม้ว่าจะเป็นการต่อเติมบ้านขึ้นมาอีกหลังซึ่งลงโครงสร้างเหมือนกับบ้านเดิม ก็ควรจะแยกโครงสร้างต่างหาก จะให้ดี แนะนำให้สร้างแยกกันและทำทางเชื่อมระหว่างตัวบ้านจะดียิ่งกว่า เพื่อลดปัญหารอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมที่อาจส่งผลให้มีการรั่วซึมได้)

 

ส่วนต่อเติมทรุดตัวคือเรื่องปกติ
จะต้องยอมรับว่า การทรุดตัวของส่วนต่อเติมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยเราจะยอมให้ทรุดได้มากหรือน้อยนั้น ควรจะพิจารณาเรื่องเป้าหมายการใช้งาน ส่วนต่อเติมบางส่วนเราต้องการให้ทรุดน้อยที่สุดหรือแทบไม่ทรุดเพราะอยู่ต่อเนื่องกับพื้นที่ในบ้าน ได้แก่ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เป็นต้น ส่วนบางพื้นที่เราอาจยอมให้ทรุดได้ตามปกติ อย่างพื้นที่ใช้สอยภายนอกที่มีเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ใช้สอยน้อย โยกย้ายง่าย อาทิเช่น ลานซักล้าง พื้นที่นั่งพักผ่อน โรงจอดรถยนต์เป็นต้น

 

ทรุดตัวมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสภาพดิน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ส่วนต่อเติมทรุดตัวช้าหรือเร็วได้มาก ก็คือ โครงสร้าง รวมทั้งสภาพดินที่รองรับส่วนต่อเติม ทั้งนี้โครงสร้างของส่วนต่อเติมบางทีอาจเป็นเพียงแค่พื้น ค.ส.ล. แบบที่ไม่มีเสาเข็ม (ตัวอย่างเช่น พื้นบนดิน พื้นบนคาน ที่ถ่ายน้ำหนักลงดินโดยตรงหรือเป็นแบบมีเสาเข็ม ซึ่งบางทีอาจเป็นเสาเข็มสั้น หรือเสาเข็มยาว โดยเสาเข็มยิ่งมีจำนวนมากและความยาวมาก จะยิ่งชะลอการทรุดตัวได้ดี แม้ลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็งในจำนวนที่สมควร ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวน้อยมากหรือเกือบจะไม่ทรุดเลย

 

                                                                                      ภาพจาก SCG

 

อีกปัจจัยที่มีผลต่อการทรุดตัวคือสภาพดิน แม้จะมีลงเสาเข็มที่จำนวนและความยาวเสมอกัน แต่ถ้าสภาพดินแตกต่างกัน ก็จะทรุดตัวต่างกันด้วย อย่างส่วนต่อเติมบนพื้นดินที่เพิ่งมีสาเหตุจากการถมที่นา บ่อ บึง จะทรุดตัวง่ายดายกว่าส่วนต่อเติมที่อยู่บนพื้นดินซึ่งถมมานานหรือเป็นดินเหนียว สำหรับบางพื้นที่ซึ่งเป็นดินแข็งอยู่แล้ว อย่างเช่น บนภูเขา ส่วนต่อเติมอาจแทบไม่ทรุดตัวหากแม้ปราศจากเสาเข็ม โดยมีเพียงแต่ฐานรากรองรับพื้น หรือบางคราวเป็นเพียงแค่พื้นบนดิน/พื้นบนคาน ก็ตาม

 

ลงเสาเข็มส่วนต่อเติมให้ลึกไปเลยดีหรือไม่ ?
อันที่จริง การลงเสาส่วนต่อเติมให้ลึกบางทีอาจไม่ได้ตอบโจทย์ทุกกรณีเสมอไป ด้วยเหตุว่าโครงสร้างยิ่งมาก ย่อมหมายความว่ารายจ่ายที่ตามมา เราจำเป็นต้องไตร่ตรองการใช้งานกับอัตราการทรุดดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อความคุ้มค่าในการทำโครงสร้าง นอกจากนี้ อาจมีบางสาเหตุที่ไม่เอื้ออำนวยให้ลงเสาเข็มลึกด้วย ตัวอย่างเช่น พื้นที่แคบจนไม่สามารถที่จะนำอุปกรณ์สำหรับลงเสาเข็มลึกเข้าไปได้ (หรือทำได้แต่ว่าราคาแพงสูงจนไม่คุ้มค่าหรือมีการฝังงานระบบใต้พื้นดินไว้ก็เลยไม่สามารถที่จะลงเข็มได้ ถ้าเกิดมีข้อจำกัดตรงนี้ บางทีอาจหาวิธีลดน้ำหนักส่วนต่อเติมเพื่อช่วยชะลอการทรุดตัวแทน อย่างเช่น เลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ลดการวางเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีความจำเป็น และพยายามกระจายน้ำหนักให้ทั่ว ไม่วางของหนักกระจุกไว้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

 

จะเห็นว่าระบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับการใช้งานนั้น นับเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพิจารณาก่อนลงมือต่อเติมบ้าน (ส่วนต่อเติมบางจำพวก อาทิเช่น ห้องครัว โรงรถ บางทีอาจจำเป็นต้องคำนึงเรื่องการเชื่อมต่องานระบบไฟฟ้า น้ำประปาด้วยยิ่งไปกว่านี้ การต่อเติมต้องไม่ขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคาร โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่ว่าง รวมทั้งระยะร่นรอบอาคาร ระยะห่างระหว่างผนัง/ช่องเปิด/ระเบียงกับแนวเขตที่ดิน ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดในข้อบทกฎหมายที่กำหนดไว้เพื่อให้ทุกคนอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก