รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

รับสร้างบ้าน : 6 อย่างที่สามารถต่อเติมบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

 

 

1.ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ขนาดพื้นที่ตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ติดได้เลยไม่ขอใครแต่ !!!! ปรึกษาวิศวกรโยธาตรวจเช็กเรื่องความมั่นคงรับน้ำหนักแข็งแรงให้ดีๆ ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพังขึ้นมาจะยุ่ง

2. เพิ่ม/ลด พื้นที่หลังคาบ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่ไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่น ถ้าต้นไม้ที่บ้านเราสูงติดหลังคาแต่ไม่อยากตัดต้นไม้ทิ้งเราสามารถตัดหลังคาออกไปได้เพื่อให้ต้นไม้ทะลุขึ้นไปได้แต่ต้องไม่เกิน 5 ตารางเมตรนะ

3. เพิ่ม/ลดพื้นที่บ้าน รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร แต่พื้นที่ตรงนั้นต้องไม่เพิ่มเสาหรือคาน เช่นต่อเติมระเบียงออกไป จากห้องนอนแต่ไม่ระวังอย่าให้ใหญ่จนเกินไป

4.ต่อเติม รูปทรง ขอบเขต สัดส่วน ของส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างอาคาร แล้วไม่ได้ทำให้น้ำหนักตรงจุดนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่นติดป้ายที่หน้าบ้านยื่นออกไปเล็กๆ น้อยๆ 

5.เปลี่ยนผนัง ฝา ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ฯลฯ แต่ต้องใช้ใช้วัสดุของเดิม และสิ่งที่เปลี่ยน ไม่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าของเดิมร้อยละสิบ เช่น จะเปลี่ยนประตูบ้านแล้วน้ำหนักเดิม 100 กิโลกรัม ของใหม่ที่จะมาเปลี่ยนต้องหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม 

6.เปลี่ยนโครงสร้างอาคาร เช่น เสา, คาน, ตง และพื้นที่ ไม่ได้ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ และใช้วัสดุชนิดเดิม ขนาดเท่าเดิม จำนวนเท่าเดิม เช่นคานปลวกกินผุพัง เปลี่ยนคานแบบเดิมใส่แทนได้เลย

 

ทั้ง 6 อย่างนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต แต่ฝากไว้อีกอย่างคือเราต้องปรึกษาวิศวกรโยธาให้แน่ใจก่อนนะ ไม่อย่างงั้นใจร้อนบ้านจะพังมากกว่าเดิม ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะทุกคน 

 

รับสร้างบ้าน : รื้อบ้านเก่าออก แล้วสร้างใหม่ จะทำยังไงกับโครงสร้างใต้ดินเดิม

รับสร้างบ้าน : รื้อบ้านเก่าออก แล้วสร้างใหม่ จะทำยังไงกับโครงสร้างใต้ดินเดิม

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

การสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินที่มีโครงสร้างบ้านเดิมอยู่ จำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างใต้ดินหรือปล่อยทิ้งไว้ได้ และจะมีผลกระทบต่อการก่อสร้างบ้านหลังใหม่อย่างไร

 

หลายท่านที่มีบ้านเก่าหรือซื้อที่ดินพร้อมบ้านเก่ามา แล้วต้องการรื้อถอนเพื่อสร้างบ้านใหม่ อาจกังวลเรื่องผลกระทบต่อโครงสร้าง รูปแบบบ้าน และการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นหากไม่ได้ทำการรื้อถอนโครงสร้างใต้ดินเดิม ไม่ว่าจะเป็นฐานรากหรือเสาเข็ม ซึ่งการพิจารณารื้อถอนรวมถึงการแก้ปัญหาที่หน้างานนั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงสร้างใต้ดินเดิมและโครงสร้างบ้านหลังใหม่ หากแต่เราควรคำนึงเรื่องการอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่เป็นสำคัญ

       ขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านจะเริ่มจากการรื้อถอนชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สามารถถอดออกมาได้ง่ายก่อน เช่น ประตู หน้าต่าง วงกบ เหล็กดัด ดวงโคม รวมทั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ยังใช้ได้และมีมูลค่า ชิ้นส่วนต่างๆ ที่รื้อออกมาในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ซ้ำ หรือขายต่อได้ ขั้นตอนถัดมาจะเป็นการรื้อถอนหลังคา ผนัง และโครงสร้าง ตามลำดับ โดยหลังจากรื้อถอนส่วนของอาคารเหนือพื้นดินหมดแล้วและนำขยะก่อสร้างไปทิ้งเรียบร้อย ก็จะเป็นส่วนของโครงสร้างใต้ดินซึ่งประกอบด้วยฐานราก และอาจจะมีเสาเข็มในกรณีเป็นดินอ่อน เช่น ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสาเข็มนั้นมีทั้งแบบเข็มสั้น และเข็มยาว เสาเข็มสั้นมีความยาวตั้งแต่ 1-6 เมตร ส่วนเสาเข็มยาวจะมีความยาวลึกมากกว่า 6 เมตรเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง โดยเสาเข็มจะลงลึกประมาณ 17-23 เมตรสำหรับบ้านพักอาศัย และอาจจะลึกถึง 52 เมตรสำหรับอาคารขนาดใหญ่  

 

       ในการรื้อถอนส่วนโครงสร้างใต้ดินนั้นผู้รับเหมาจะทำการขุดเปิดหน้าดินและรื้อฐานรากออก ส่วนการรื้อถอนเสาเข็มที่อยู่ในดินลึกลงไปนั้นจะทำได้ยากจึงมักจะปล่อยไว้ นอกจากจะเป็นเสาเข็มสั้นที่พอที่จะสามารถขุดขึ้นมาได้เท่านั้น 

 

 

    ถึงแม้ว่าเสาเข็มจะไม่สามารถรื้อถอนได้ แต่การสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกแบบบ้านสำเร็จรูปมาก่อสร้าง หรือใช้บริการออกแบบโดยสถาปนิก จึงควรให้แบบบ้านเป็นไปตามที่เราต้องการมากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งเสาเข็มเดิม เพราะเมื่อถึงขั้นตอนการก่อสร้างบ้านใหม่ ซึ่งจะมีการสำรวจและปักหมุดตำแหน่งที่จะทำการลงเสาเข็มและทำฐานรากอยู่แล้ว หากตำแหน่งใดไม่สามารถลงเสาเข็มใหม่ได้เนื่องจากติดเสาเข็มเดิม หรือใกล้กับเสาเข็มเดิมเป็นระยะน้อยกว่า 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มใหม่ วิศวกรโครงสร้างจะทำหน้าที่ปรับแบบฐานรากและเสาเข็มชุดใหม่ให้หลบเสาเข็มเดิม โดยไม่กระทบต่อแบบบ้านในส่วนอื่นแต่อย่างใด (อาจใช้เวลาหรือมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มเติมบ้าง) ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย หรือเกิดเพียงบางตำแหน่งเท่านั้น

 

     อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากใหม่ตรงกับตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากเดิมพอดี ก็ไม่ควรที่จะใช้ฐานรากหรือเสาเข็มเดิมในการรับน้ำหนักบ้านใหม่ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฐานรากหรือเสาเข็มเก่าออกแบบก ารรับน้ำหนักไว้เท่าไร จึงควรรื้อถอนฐานรากเดิม และให้วิศวกรออกแบบฐานรากใหม่ให้หลบตำแหน่งเสาเข็มเดิม

 

       โดยสรุปแล้ว การออกแบบสร้างบ้านใหม่เองเจ้าของบ้านไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงตำแหน่งเสาเข็มเดิม เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาด้วยการออกแบบฐานรากใหม่ได้โดยไม่กระทบถึงความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอยใดๆ ของบ้าน ทั้งนี้การออกแบบฐานรากใหม่ควรที่จะปรึกษาวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

เครดิต
ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาพจาก SCG

รับสร้างบ้าน : 9 จุดในบ้านที่มักพบอันตราย และสารเจือปน รวมทั้งยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

รับสร้างบ้าน : 9 จุดในบ้านที่มักพบอันตราย และสารเจือปน รวมทั้งยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เชื้อโรคในบ้าน

 

      จากข่าวคราวที่ใครหลายคนน่าจะเคยเห็นเกี่ยวกับสารปนเปื้อนที่อยู่รอบตัวไม่เว้นแม้กระทั่งถุงพลาสติกสีดำที่ใช้ใส่อาหารและของทั่วไปที่คนนิยมใช้และการสะสมของเชื้อโรคในที่พักอาศัยซึ่งส่งผลเสียต่อตัวเจ้าของรวมถึงคนรอบข้าง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำความสะอาดบ้านในจุดใหญ่ๆ สามารถช่วยให้บ้านของเราดูสะอาด เรียบร้อย ดูน่ามอง แต่ความจริงยังมีจุดสกปรกเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามจนเกิดเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคในที่สุด โดยเฉพาะฝุ่น ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุข จึงไม่ควรลืมทำความสะอาดจุดต่างๆ เหล่านี้
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

1.สวิตช์ไฟ

สวิตช์ไฟ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลยก็ว่าได้ เพราะเราใช้งานสวิตช์ไฟอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดเชื้อโรคสะสม ยิ่งสวิตช์ไฟห้องน้ำ ยิ่งมีเชื้อโรคมากเป็นสองเท่า จากการวิจัยจากประเทศอังกฤษ พบว่า สวิชต์ไฟ มีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วง อยู่ถึง 217 ตัวต่อตารางนิ้ว ทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคไปสู่คนอื่นๆ อีกด้วย  ซึ่งเราสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้โดยฉีดแอลกอฮอล์ลงบนผ้า แล้วนำไปเช็ดสวิตช์ไฟให้ทั่ว ก่อนจะนำผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกรอบ เท่านี้ก็ช่วยให้สวิตช์ไฟปราศจากเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกแล้ว

2.ก๊อกน้ำ

ก๊อกน้ำเป็นอีกหนึ่งจุดสกปรกในบ้าน ที่หลายคนมักลืมทำความสะอาด ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย เราสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่เช็ดด้วยน้ำร้อนหรือน้ำสบู่แล้วล้างออก หรือถ้าอยากเพิ่มความเงางาม ให้ขัดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำมะนาว ก็ทำให้ก๊อกน้ำกลับมาสะอาดเงางามได้เหมือนกัน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ม่านห้องน้ำ

3.ม่านห้องน้ำ

ม่านในห้องน้ำไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือผ้าก็มีโอกาสเกิดเชื้อราได้ง่าย เนื่องจาก อากาศอบอ้าวและมีความชื้นสูง ซึ่งนอกจากจะไม่น่าใช้งานแล้ว เชื้อรายังเป็นพิษต่อร่างกาย หากมีการปนเปื้อนไปในอาหาร ซึ่งพิษจากเชื้อรามักจะเป็นอันตรายต่อระบบต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง และไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลดี

หากผ้าม่านที่เป็นผ้า สามารถถอดซักรวมกับผ้าอื่นได้เลย จากนั้นให้ตากแดดจัด เพื่อกำจัดเชื้อรา แต่หากเป็นม่านพลาสติกให้ใช้เบกกิ้งโซดาถูบริเวณที่เป็นเชื้อราออกก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าร่วมกับผ้าขนหนูเก่า ๆ สักผืน โดยไม่ต้องใส่ผงซักฟอก แต่ให้ใส่น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยลงไปแทน เมื่อเครื่องซักเสร็จให้รีบนำออกมาตากแดดให้แห้ง โดยที่ไม่ต้องปั่นแห้ง เท่านี้คราบเชื้อราต่างๆ ก็จะหายไป

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลูกบิดประตู

4.ลูกบิดประตู

มือจับประตูและลูกบิดคือจุดอันตรายจากเชื้อโรคอีกจุดหนึ่งที่ถูกมองข้าม โดยเชื่อว่ามากกว่าร้อยละ 90 ของเชื้อโรคอาศัยอยู่ โดยเฉพาะมือจับประตูและลูกบิดประตูบ้าน ซึ่งการหมั่นล้างมือและเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้ง เป็นการช่วยทำให้มือจับประตูและลูกบิดปราศจากเชื้อโรคได้

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

5.ราวจับบันได

เช่นเดียวกับลูกบิดประตู เนื่องจากผู้อยู่อาศัยต้องสัมผัสกับราวจับบันไดทุกวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้เพื่อช่วยพยุงตัว การเช็ดราวจับบันไดให้สะอาด นอกจากจะสวยงามน่ามองยังป้องกันเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย ส่วนการทำความสะอาดสามารถทำได้โดยผสมน้ำร้อนและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าจุ่มแล้วบิดออกให้ผ้าเปียกหมาดๆ นำไปเช็ดราวบันได แล้วใช้ผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกครั้ง

 

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

6.ต้นไม้ในบ้าน

ไม่ว่าจะต้นไม้จริงหรือต้นไม้ปลอม ใบไม้ก็เป็นแหล่งสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรก โดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่ในห้องนอน เพราะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกกว่า สารก่อภูมิแพ้ (allergens) หรือ สิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง โดยโรคภูมิแพ้ชนิดใดที่พบบ่อยมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ (โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ ร้อยละ 23-50 และโรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด ร้อยละ 10-15) เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดที่พบบ่อยมากที่สุดในประเทศไทยและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ซึ่งภายในระยะเวลา 20 ปี ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มมากถึง 3-4 เท่า

สำหรับการทำความสะอาดต้นไม้จริงให้ยกไปฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรกออกได้เลย แต่ถ้าเกิดว่าต้นไม้มีขนาดใหญ่เกินไป ก็ให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดทำความสะอาดทีละใบแทน ส่วนต้นไม้ปลอมก็สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยการใช้ไดร์เป่าผมเป่าฝุ่นออก ที่สำคัญอย่าลืมคาดผ้าปิดปากปิดจมูกป้องกันฝุ่นละออง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ถังขยะ

7.ถังขยะ

ต่อให้กำจัดขยะออกจากถังขยะแทบทุกวัน แต่แบคทีเรียและกลิ่นเหม็นก็ยังคงตกค้างและสะสมอยู่ในถังขยะได้ ฉะนั้นทางที่ดีอย่าลืมล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อพร้อมกับขัดสิ่งสกปรกออก รับรองว่าเชื้อโรคและกลิ่นในถังขยะหายเกลี้ยงแน่นอน

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

8.มุ้งลวด มู่ลี่

เป็นแหล่งสะสมฝุ่นเพราะทำความสะอาดยาก อีกทั้งโดยมากมักจะถูกมองข้ามเพราะไม่จำเป็น สำหรับมุ้งลวดทำความสะอาดได้โดยราดด้วยน้ำสบู่แล้วใช้แปรงขัดออก ก่อนนำไปผึ่งให้แห้ง ในระหว่างนี้ก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรางมุ้งลวดให้สะอาด ส่วนฝุ่นบนมูลี่ก็กำจัดได้โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำแล้วเช็ดที่ละซี่ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกรอบ เผื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เฟอร์นิเจอร์

 

9.เฟอร์นิเจอร์

มักพบสารเคมีอันตรายประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ เนื่องจากสารชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสี กาว และสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่นๆ ไอระเหยของสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่แฝงอยู่สิ่งเหล่าเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย หากได้รับสารระเหยในจำนวนน้อย อาจเกิดอาการระคายเคืองได้ เช่น แสบตาหรือแสบจมูก แต่ในระยะยาวจะทำให้เกิดผลเสียกับระบบร่างกายต่างๆ หรือก่อให้เกิดมะเร็งได้ ผู้บริโภคจึงควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตรวจสอบเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับบ้านว่า มีคำเตือนถึงการใช้สารฟอร์มัลดีไฮด์ และได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ เพื่อสุขภาวะที่ดีในการพักอาศัย

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

รับสร้างบ้าน : เตรียมความพร้อมก่อนลงมือก่อสร้าง รวมทั้งตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ

รับสร้างบ้าน : เตรียมความพร้อมก่อนลงมือก่อสร้าง รวมทั้งตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ

 

การรู้ข้อมูลแล้วก็รายละเอียดโดยประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้าง จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้เราเห็นภาพรวมของการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลังว่าจะต้องมีลำดับการก่อสร้างเป็นอย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง รวมทั้งจะต้องมีการตรวจรับบ้านก่อนลงนาม เพื่อได้บ้านในแบบที่เราต้องการ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก่อสร้างบ้าน

 

     หลังจากที่เราได้รับอนุญาตก่อสร้าง ก็สามารถลงมือก่อสร้างบ้านได้เลย ซึ่งการลงมือก่อสร้างบ้านนั้น แม้ว่าจะเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาก่อสร้างและช่างก็จริง แต่ว่าหากเรารู้รายละเอียดโดยประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้าง ดังเช่น ลำดับการก่อสร้าง องค์ประกอบต่างๆของบ้าน รวมทั้งการตรวจรับบ้าน ก็จะสามารถช่วยให้เห็นภาพรวมตั้งแต่ตอนต้นของการก่อสร้างไปจนกระทั่งการสร้างบ้านที่เสร็จสมบูรณ์หนึ่งหลังในแบบที่เราต้องการ

 

     ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้านนั้น หลังจากที่เราเตรียมที่ดินที่จะปลูกสร้างบ้าน (ถมดินในระดับที่เราต้องการและดินเซตตัวดี พร้อมสำหรับการก่อสร้างบ้าน) รวมถึงขอน้ำ-ไฟ (ไม่ว่าจะเป็นแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร) แล้ว ผู้รับเหมาจะวางแผนสถานที่พักคนงาน และเตรียมสถานที่กองเก็บวัสดุต่างๆ ให้เรียบร้อย แล้วจึงเริ่มวางผังแนวอาคาร ก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน (เสาเข็ม ฐานราก) ก่อน จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างส่วนโครงสร้างบ้านบนดิน (โครงสร้างบ้านชั้นหนึ่ง ชั้นสอง โครงสร้างหลังคา) แล้วจึงทำงานบันไดและติดตั้งหลังคา ก่อผนัง เตรียมงานระบบต่างๆ ตามด้วยการตกแต่งงานสถาปัตย์ เก็บรายละเอียดงานต่างๆ ให้ครบองค์ประกอบของบ้านที่สมบูรณ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้านเอาไว้จึงช่วยให้สามารถวางแผนการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนได้ ทั้งการประสานงานกับแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างตามที่ตกลงกันไว้ (ว่าผู้รับเหมาซื้อของเองทั้งหมด หรือเราซื้ออะไรเองบ้างและผู้รับเหมาจะซื้ออะไรบ้าง โดยสรุปในเอกสารราคาให้เรียบร้อย เพราะจะสัมพันธ์กับการเตรียมงบที่เราต้องจ่ายให้ผู้รับเหมาแต่ละงวดงาน และการเตรียมงบของเราที่ต้องจ่ายตอนซื้อสินค้า) และที่สำคัญจะช่วยให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุมงาน ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่หน้างานขณะก่อสร้าง รวมถึงง่ายต่อการแบ่งจ่ายเงินตามงวดงานที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญากับผู้รับเหมา ทั้งนี้ เจ้าของบ้านควรเตรียมงบประมาณให้พร้อมและสอดคล้องกับแต่ละงวดงาน เพื่อให้แผนการดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปได้ด้วยดี

 

 

 

     การตรวจรับบ้าน เมื่อบ้านสร้างเสร็จเป็นวิธีที่นิยมทำกันก่อนลงนามรับบ้านก็จริง แต่การก่อสร้างบ้านมีรายละเอียดมากมายที่เจ้าของบ้านอาจไม่ทราบข้อมูลมากนัก จึงควรมีการตรวจรับงานในระหว่างก่อสร้างด้วย โดยเจ้าของบ้านอาจจะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก หรือวิศวกรให้เข้ามาตรวจรับบ้านในแต่ละงวดงาน ว่ามีความคืบหน้าของงานก่อสร้างเป็นไปตามสัญญาที่ตกลงกับผู้รับเหมาและถูกต้องตามแบบก่อสร้างหรือไม่ จึงจ่ายเงินตามงวดงาน และให้ผู้รับเหมาลงมือก่อสร้างขั้นตอนต่อไปได้เลย อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านสามารถว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวให้เข้าตรวจสอบการก่อสร้างเป็นประจำ เช่น วันเว้นวัน หรือทุกสัปดาห์ หรือเจาะจงเฉพาะช่วงงานก่อสร้างในส่วนที่เจ้าของบ้านกังวล เห็นว่ามีความสำคัญ และต้องการความมั่นใจว่ามีความแข็งแรงปลอดภัย เช่น ช่วงงานโครงสร้างบ้าน (การผูกเหล็กก่อนเทคอนกรีต สเปคของเหล็กและคอนกรีต) ซึ่งต้องระบุข้อตกลงเรื่องผู้ตรวจงานไว้ในสัญญากับผู้รับเหมาตั้งแต่แรกก่อนเริ่มก่อสร้างด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก SCG

รับสร้างบ้าน : รื้อถอนบ้านผิดวิธี มีอันตราย

รื้อถอนบ้านผิดวิธี มีอันตราย

     ในขณะที่ปริมาณประชากรโลกมากขึ้น แต่ที่ดินมีอยู่เท่าเดิม รวมทั้งแนวโน้มราคาที่ดินก็มีแต่จะสูงมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอในอนาคต

สำหรับท่านที่มีบ้านหลังเดิมรวมทั้งพึงพอใจในทำเลที่ตั้งบ้านอยู่แล้วการรื้อถอนบ้านหลังเดิม เพื่อใช้พื้นที่ก่อสร้างบ้านหลังใหม่ย่อมเป็นหนทางที่เหมาะสม ประหยัด รวมทั้งคุ้มที่สุด หรือแม้แต่หากต้องการใช้พื้นที่ดินซึ่งมีสิ่งก่อสร้างที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์

การรื้อถอนบ้านหรืออาคารก็เหมือนกันกับการก่อสร้างแล้วก็ต่อเติมบ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านต้องขออนุญาตก่อนปฏิบัติงานรื้อถอน

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

อาคารที่เข้าข่ายที่จะต้องขออนุญาตรื้อถอน

  • อาคารที่สูงเกิน 15 เมตร แล้วก็อยู่ห่างอาคารอื่นหรือที่ชุมชน น้อยกว่าความสูงอาคาร
  • อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารข้างเคียงหรือที่ส่วนรวมน้อยกว่า เมตร

เพื่อให้มีความปลอดภัยในการรื้อถอนอาคาร ไม่ควรดำเนินงานเอง ควรจะให้ผู้ประกอบวิชาชีพในการรื้อถอนบ้านและอาคาร ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือวัสดุ รวมทั้งประสบการณ์มากกว่า ซึ่งอาจใช้เคร่ื่องจักรและแรงงานคนในการทำงาน

ตัวอย่าง ลำดับขั้นตอนการรื้อถอนตึกแถวสูงไม่เกิน 4 ชั้น

  • สร้างรั้วรอบอาคารที่จะรื้อถอน เพื่อกันวัสดุตกหล่น และกั้นเป็นบริเวณอันตรายที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่รื้อถอน
  • มีผ้าใบหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมปกคลุมอาคาร และมีการรดน้ำเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
  • รื้อถอนวัสดุแขวนลอย ภายนอกและก็ภายในอาคารออกก่อน
  • รื้อถอนครีบภายนอก หรือส่วนที่ยื่นออกมานอกตัวตึกทั้งหมด
  • รื้อถอนพื้นกันสาดภายนอกให้เหลือคานแล้วก็เหล็กพื้นไว้
  • รื้อถอนเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องสุขภัณฑ์ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือขายเป็นผลิตภัณฑ์มือสองได้
  • รื้อถอนโครงสร้างย่อยที่ทำมาจากไม้ อาทิเช่นหน้าต่าง ประตู ฝาผนังกั้นห้องแล้วก็ฝ้าเพดาน
  • รื้อถอนผนังก่ออิฐฉาบปูนชั้นบนสุด สำหรับผนังภายนอกและก็กำแพงชั้นดาดฟ้า จำเป็นต้องรื้อถอนด้วยความระมัดระวัง
  • รื้อถอนพื้นข้างบนสุด
  • รื้อถอนคานและเสาข้างบนสุด โดยตัดเหล็กพื้น คานและก็เสา ตามลำดับ
  • รื้อถอนคานและเสาภายนอกพร้อมกันทีละด้าน ถ้าเกิดอยู่ติดถนนให้รื้อถอนด้านติดถนนหรือมีการสัญจรในลำดับหลัง โดยต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าหากเป็นได้ ควรจะขอปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อเป็นการป้องกันไม่ใหเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้เดินทางไปๆมาๆ

ข้อควรคำนึง

ต้องไม่กองเศษวัสดุที่รื้อถอนไว้ที่พื้นชั้นบนของอาคารที่กำลังรื้อถอน เนื่องจากพื้นอาจรับน้ำหนักไม่ได้แล้วก็พังทลายลงมา

 

ส่วนชั้นอื่นๆลำดับลงมา ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกัน ซึ่งส่วนมาก บริษัทผู้รื้อถอนจะใช้เครื่องจักรหนักที่เรียกว่า แบ็คโฮ” เข้าทำการรื้อถอนจนถึงฐานรากและปรับพื้นที่ให้พร้อมรองรับการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ โดยต้องขนเศษวัสดุหรือขยะไปทิ้งให้หมด จึงจะจัดว่าเสร็จงานและก็มอบพื้นที่คืนแก่นายจ้างได้

รับสร้างบ้าน : เพิ่มเติมเสน่ห์ 3 พื้นที่ในบ้านให้สวยสดงดงามเสมือนธรรมชาติแบบไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไม้จริง

เพิ่มเติมเสน่ห์ พื้นที่ในบ้านให้สวยสดงดงามเสมือนธรรมชาติแบบไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไม้จริง

เทรนด์การแต่งบ้านสไตล์เนเชอรัลหรือสไตล์ธรรมชาตินั้นถือว่าเป็นที่นิยมเสมอ เหตุเพราะการสร้างบรรยากาศให้บ้านมีความเป็นธรรมชาติหรือใกล้เคียงธรรมชาติเยอะที่สุดจะมีผลให้ที่อยู่อาศัยของเราเปลี่ยนเป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจยามเมื่อเราอยู่บ้านอย่างแท้จริง แต่ว่าเดี๋ยวนี้การจะนำไม้จริงมาตกแต่งบ้านเพื่อได้บรรยากาศแบบนั้นอาจเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาหนักอยู่สักหน่อย

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

เนื่องมาจาก ไม้จริง” มีราคาสูง แล้วก็รักษาค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ก็เลยเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้บ้านมีความเป็นธรรมชาติเสมือนไม้จริงรวมทั้งยังแข็งแรง คงทน มีฟังก์ชั่นการใช้งานตอบโจทย์ทุกดีไซน์ 9buiding ก็เลยมีไอเดียตกแต่งพื้นที่ ส่วนของบ้านด้วยไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์แบบที่ว่าทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติมาฝาก

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์

 

1.ระเบียงหรือชานบ้าน บริเวณนี้มักนิยมใช้เป็นมุมพักผ่อนตากอากาศบริเวณรอบบ้าน หรือใช้นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือและก็เป็นมุมนั่งพักผ่อนสำหรับเจ้าตัวน้อยภายในบ้านรวมถึงกิจกรรมครอบครัวต่างๆพื้นระเบียงบ้านที่ปูด้วยไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์นั้นจะช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนหย่อนใจให้มีความใกล้ชิดธรรมชาติ รวมทั้งยังแข็งแรง คงทนเหมาะสมกับการตกแต่งนอกตัวบ้านที่ต้องเจอทั้งลม แดดจ้า และก็ฝนตก ยิ่งไปกว่านี้ปลวกยังไม่กินไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์นี้อีกด้วย เพียงใช้เป็นพื้นปูแล้วเติมเต็มด้วยเฟอร์นิเจอร์ชุดโต๊ะนั่งเล่น หรือโซฟา แล้วปลูกต้นไม้ล้อม ก็ยิ่งช่วยสร้างความร่มเย็นให้กับมุมนี้จนกลายเป็นมุมโปรดอีกหนึ่งมุมของครอบครัว

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์

 

2.ผนังบ้าน การนำไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์มาใช้ตกแต่งฝาผนังนั้นสร้างความแตกต่างจากการใช้ไม้จริงที่บางทีอาจดูจำเจ เนื่องจากว่าไม้สังเคราะห์นั้นมีลวดลายรวมทั้งมิติการเล่นระดับอยู่ภายในแผ่นไม้ที่จะทำให้ผนังบ้านของคุณไม่ใช่ผนังบ้านธรรมดาอย่างที่พบเจอกันทั่วๆไป ที่สำคัญการเลือกใช้ไม้สังเคราะห์แทนไม้จริงนั้นยังสามารถติดตั้งได้ทั้งผนังจริงแล้วก็ผนังบ้านชนิดผนังตกแต่งอีกด้วย รวมถึงถ้าหากต้องการจะทาสีเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับฝาผนังไม้สังเคราะห์ก็ทำได้เลย ไม่ยุ่งยาก

 

 

3.มุมต่างๆของบ้าน คุณสมบัติของไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ยังสามารถใช้ตกแต่งราวบันได ระแนงป้องกันแสงแดดหรือใช้เป็นไม้เชิงชายตกแต่งหลังคาบ้านได้อีกด้วย

 

 

ไม่เพียงแต่ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์จะใช้ได้กับบ้านสไตล์เนเชอรัลเท่านั้น เรายังสามารถนำไม้สังเคราะห์จำพวกนี้ไปใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัย หรือบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อีกด้วย ลองเลือกใช้กันดูนะคะ